Home // Tag Archives: ข้าวกล้อง

Tag Archives: ข้าวกล้อง

ปวดหลังลามลงขา ทานน้ำผิดประเภท

ปวดหลังลามลงขาด้านหลัง เกิดจากเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ กำลังเตือนเจ้าของร่างกายว่า “น้ำในเลือดมีน้อยเกินไป” ส่วนใหญ่เกิดจากการทานน้ำผิดประเภท เช่น น้ำเย็น น้ำอัดลม กาแฟ นม เป็นประจำ จึงทำให้น้ำที่มีคุณภาพดีในเลือดลดลง การแก้ไข – ควรดื่มน้ำเปล่า (อุณหภูมิห้อง) ให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน ลดการทานน้ำอื่นๆ ลงบ้าง – ทานอาหารบำรุงไต และกระเพาะปัสสาวะ เช่น กระชาย, เห็ดหลินจือ, งาดำ – เพิ่มธาตุดินเข้าสู่ร่างกายด้วยการทาน ข้าวกล้อง, มันเทศ, ฟักทอง

Read More »

ข้าวกล้อง-ข้าวฮาง ต้านชรา รักษาโรค

อาหารหลักของคนไทย ยังไงก็หนีไม่พ้นข้าว เรากินข้าวกันแทบทุกมื้อ แต่เราลืมตระหนักถึงความสำคัญของข้าวที่เรากินกันหรือไม่ ด้วยความอร่อย เราจึงมักนิยมกินข้าวขัดขาวเม็ดอวบๆนุ่มลิ้น มากกว่าข้าวสีออกแดงตุ่นๆ ซึ่งกระด้างลิ้นมากกว่าอย่างข้าวกล้อง หรือข้าวฮาง แต่อาหารนั้นคือชีวิต อาหารที่ดีจะถูกนำไปใช้สร้างเลือดที่มีคุณภาพเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้มีสุขภาพที่ดี ดังนั้น ตั้งแต่มื้อนี้เป็นต้นไป ยังไม่สายที่เราจะหันมากินข้าวกล้อง ข้าวฮางเพื่อสร้างเลือดที่มีคุณภาพ เพราะอะไร?…เรามีเหตุผลดีๆ มาบอก ข้าวฮาง คืออะไร ทำไมเราจึงควรกิน? “ข้าวฮาง” คือ ข้าวสารที่ถูกนำมาผ่านกรรมวิธีทางธรรมชาติ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เก็บรักษาไว้กินได้นานกว่าปกติ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวไทยอีสานเผ่าภูไท ซึ่งอพยพมาจากแคว้นสิบสองจุดไทย  มาตั้งบ้านเรือนอยู่แถบอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนครที่ทำสืบต่อกันมากว่าร้อยปีแล้ว เนื่องจากการทำนาในสมัยก่อนได้ผลผลิตน้อย ชาวนาต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วมและฝน จึงต้องคิดค้นวิธีการเก็บรักษาข้าวสารที่ได้มา ให้เก็บไว้กินได้นานที่สุด ไม่ให้เกิดความเสียหายจากเชื้อรา จนเกิดเป็นกรรมวิธีการผลิตข้าวฮางขึ้น กรรมวิธีในการผลิตข้าวฮาง ทำได้โดย – เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกจากรวงข้าวในระยะ “พลับพลึง” คือ ข้าวที่เกือบสุกเต็มที่ (ถ้าเปรียบเป็นมะม่วง ก็น่าจะอยู่ในระยะที่เนื้อเริ่มเหลือง ...

Read More »

อาหารต้านหวัด

“โรคหวัด” ไม่ใช่โรคธรรมดาอย่างที่คิด ที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับโรคหวัดที่น่ากลัวอย่างไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะช่วงนี้การแพร่ระบาดเป็นอย่างมากและที่สำคัญมันติดต่อกันได้ง่ายมาก เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็มีความจำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเราให้แข็งแรงและวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ ก็ด้วยอาหารที่เรากินเข้าไปทุกวันนั่นเอง แต่จะมีอาหารอะไรที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหรือป้องกันหวัดให้กับร่างกายเราได้บ้าง 1. ผลไม้เสริมภูมิต้านทาน ผักและผลไม้หลายชนิดมีวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ ผลไม้ที่มีวิตามินซีเยอะมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ทั้งมะขามป้อม ฝรั่ง มะนาวและผลไม้ตระกูลส้ม แอปเปิ้ล ผลไม้บางชนิดที่บอกมานอกจากจะประโยชน์ในแง่ของการเสริมภูมิต้านทานแล้ว บางชนิดก็สามารถรักษาอาการได้ด้วย ยกตัวอย่างเข่น มะขามป้อมที่ช่วยรักษาอาการไอและขับเสมหะ นอกจากผลไม้ที่มีวิตามินสูงอย่างที่บอกมาแล้ว ก็ยังมีผลไม้อย่างอื่นที่เหมาะแก่การกินเพื่อเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกายเรา ทั้งองุ่นแดง มะเขือเทศ ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ก็มีฤทธิ์แรงมากในการเสริมภูมิต้านทาน โดยเฉพาะองุ่นแดงเมื่อกินทั้งเปลือกจะมีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซึถึง 20 เท่า 2. ผักสด ส่วนคนที่ไม่ค่อยกินผลไม้ก็สามารเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกายด้วยการกินผักก็ได้ เพราะว่าพืชผักแต่ละขนิดมีสารผัก (phytonutrient) ที่มีบทบาทเสริมภูมิต้านทานแตกต่างกันไป ยิ่งกินพืชหลากหลายเข้าไว้ก็จะได้สารเสิรมภูมิต้านทานหลายตัว นอกจากนี้ผักบางชนิดก็มีวิตามินซีสูงอีกด้วย 3. หอมแดงและกระเทียม ว่ากันว่าหอมและกระเทียมช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้ เพราะว่าทั้งสองชนิดนี้มีสารกลูตาไทโอน ซึ่งจะช่วยตับในการขับสารพิษออกจากร่างกายและมีผลกระตุ้นทำให้ภูมิต้านในร่างกายทำงานอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่ชอบกินหอมหรือกระเทียมแต่อยากได้สารกลูตาไทโอนเสริมภูมิต้านทาน อาจจะเปลี่ยนไปกินหอมใหญ่ กะหล่ำปลี ...

Read More »

ปัญหาของน้ำย่อย (ปัญหาของการย่อย)

คนไข้ที่มารักษาที่ ดิ อโรคยา คลินิก กว่า 80% เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน สาเหตุอาจเกิดจากเป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือสาเหตุอื่นๆ แต่ทั้งหมดก็เกิดจากการกินอยู่ไม่เป็นไปตามกลไกธรรมชาติร่างกาย จนเกิดการเจ็บป่วยขึ้นพอจะแบ่งได้ ดังนี้ ทานอาหารตามกระแสวัฒนธรรมตะวันตก เรียกง่ายๆ ว่าอาหารฝรั่ง เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไขมัน แป้งมากกว่าผักผลไม้ ซึ่งอาหารเหล่านี้ไม่มีกากใยอาหาร จึงทำให้เป็นโรคท้องผูก ถ้าทานอาหารที่มีครบทั้งเนื้อสัตว์ ไขมัน แป้ง กากใยอาหารจากผักผลไม้ ระยะเวลาที่อาหารอยู่ในกระเพาะอาหารเพื่อย่อย 30 นาที – 3 ชม. ในลำไส้เล็กเผื่อดูดซึม 3.5 – 4.5 ชม. ในลำไส้ใหญ่เพื่อเตรียมกำจัดออก 12 – 15 ชม. รวมเวลาที่อาหารอยู่ในร่างกายประมาณ  18 ...

Read More »

อาหารเป็นยา

หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นบุรพาจารย์ที่ผู้เป็นหมอทั้งหลายต้องรู้จักและให้ความเคารพ ในความเป็นอัจฉริยะในทางการแพทย์ที่เก่งที่สุด ได้รับการยกย่องจากพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ดำรงตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้เลื่อมใสในบุคคลอีกด้วย ท่านได้ศึกษาวิชาแพทย์กับอาจารย์ทิศาปาโมกข์ สำนักตักสิลา เมื่อท่านได้เล่าเรียนมา 7 ปี ก็ได้เรียนถามกับอาจารย์ว่า “อาจารย์ครับ เมื่อไหร่ผมจะเรียนจบสักที ผมคิดถึงบ้านเต็มทีแล้วครับ ผมตั้งใจเรียนตามที่อาจารย์เมตตาสั่งสอนมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว ผมอยากทราบว่าเท่านี้ผมพอจะทำมาหากินได้หรือยัง” ท่านอาจารย์ก็ว่า “พอนะพอหรอก ชีวก แต่วิชาแพทย์เป็นวิชาที่กว้างขวางเรียนไม่รู้จบ อาจารย์ตั้งใจจะให้เธอเรียนอีกปีสองปีจึงจะให้กลับบ้าน แต่ถ้าเธออยากกลับบ้านจริงๆ ก็ตามใจ แต่ว่า…” อาจารย์มองหน้าศิษย์รักด้วยความปราณี แล้วเอ่ยต่อไปว่า “ก่อนอื่น อาจารย์ขอสอบความรู้เธอก่อน ถ้าเธอสอบผ่านจึงจะอนุญาตให้กลับได้ เธอจงไปสำรวจดูต้นไม้ ต้นหญ้าทุกชนิดทั่วทั้งสี่ทิศ ภายในรัศมี 400 เส้น ให้ดูว่าหญ้าชนิดไหนใบไม้ เปลือกไม้ รากไม้ชนิดไหน ใช้เป็นยาอะไรได้บ้าง อย่างไหนที่ใช้ทำยาไม่ได้เลย” หมอชีวกโกมารภัจจ์ เดินออกจากสำนักตักสิลา ขึ้นเขา ลงห้วย เข้าป่าไปสำรวจสมุนไพรทั่วทั้งสี่ทิศ ประมาณเจ็ดวัน จึงกลับมาหาอาจารย์ เมื่อถูกถาม เขาได้สาธยายว่าต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ ที่ไปสำรวจมาว่าต้นไม้ชนิดนั้นๆ ใช้ผสมทำยาแก้โรคนั้นๆ ตามตำราที่ได้เล่าเรียนมา สุดท้ายเขาบอกกับอาจารย์ว่า อาจารย์เอื้อมมือมาลูบศีรษะเขาด้วยความปราณี ...

Read More »