Home // ใครไม่ป่วย 7-11 เล่ม 1 // โรคผิวหนัง ผื่นคัน

โรคผิวหนัง ผื่นคัน

คนส่วนใหญ่คิดเพียงว่าอาการแบบนี้มันต้องเกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย หรือเชื้อโรคชนิดอื่นๆ มาทำให้เกิดโรค มัวแต่เพาะหาเชื้อกันมุ่งแต่จะกินยาฆ่าเชื้อ ทำลายเชื้อ แต่ลืมนึกถึงคนที่เป็นโรคว่าจะได้ผลจากการกินยานั้นอย่างไรบ้าง จุลินทรีย์และแบคทีเรียดีๆ ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันให้กับเราก็เลยถูกฆ่าไปด้วย ยิ่งทำให้เกิดอาการผื่นแพ้และคันง่าย โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นจากโรคที่ไม่มีตัวเชื้อโรค เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการกินการอยู่ของผู้ป่วยเป็นส่วนใหญ่ อาหารที่กินเข้าไปมีแต่ของหวาน ของเย็น เลือดก็เป็นกรด ร่างกายเกิดความร้อนขึ้น ต้องมีการระบายความร้อนออก จึงผลักดันเอาความร้อนออกที่ผิวหนัง เป็นแผลพุพอง พอแตกก็ถูกเชื้อโรคในอากาศอีก แต่เรายังไม่สนใจฟังสัญญานเตือนจากร่างกาย จึงแก้ไขปัญหาโดยการกินยา ทายา ซึ่งยารักษาโรคผิวหนังที่ได้ผลชะงัดทาคืนนี้หายพรุ่งนี้ มักมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ (Steroid) ซึ่งเป็นยากดภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่ให้ของเสียแสดงตัวออกมา (ยับยั้งอาการคันและอาการอักเสบ) เมื่อถึงวันหนึ่งที่สารพิษในร่างกายมากจนเกินไป เริ่มเข้าสู่กระแสเลือดสู่อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย จนร่างกายที่มีแต่น้ำเลือด น้ำเหลืองที่เน่าเสียหล่อเลี้ยง จะเป็นอย่างไรเล่าครับ มันก็ย่อมผุด ปะทุดันออกมาสู่ภายนอก ประจานความสกปรกในร่างกายที่สะสมไว้ แต่เราก็ยังหายามากิน มาทาเพื่อกลบเกลื่อนมันไว้ มันจะกลบได้อย่างไร เหมือนช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด จะปิดกันมิดไหม แล้วมันจะหายไหมครับชาตินี้ก็เป็นไปตามกฏกติกาที่ว่า “เราเป็นตามสิ่งที่เรากิน เราเป็นตามสิ่งที่เราทำ” อีกนั่นแหละ “โรคคันทั้งตัว แขน-ขาลาย ที่เป็นอยู่ ไม่มีหมอที่ไหนรักษาให้หายได้หรอก คุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้รักษา ลำดับแรกคือต้องเข้าใจถึงสาเหตุซึ่งตัวเราเป็นผู้ก่อปัญหาขึ้นเสียก่อน”

เคสตัวอย่าง

ผู้ป่วย คุณนันทสรวง อายุ 34 ปี

อาการ เป็นแผลพุพองที่ฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง เป็นแผลน้ำหนองไหลเยิ้ม เป็นตุ่มใสๆ

พฤติกรรม ตื่นเช้าดื่มน้ำ 1 แก้ว อาหารเช้า คือ กาแฟเย็น 1 แก้ว ดื่มน้ำเย็นทั้งวัน 8 แก้ว ตอนเที่ยงดื่มน้ำอัดลม 2 แก้ว นมแช่เย็น 1 กล่อง ชอบของหวาน โดยเฉพาะช็อคโกแลต อาหารเย็นตอน 2 ทุ่ม

ผมให้เธอทานยาถอนพิษเอาความร้อนออก เอาน้ำมันมะพร้าวมากินและทา ทานน้ำเอนไซม์เพื่อไม่ให้เกิดสารพิษในการย่อยอาหาร ทาน้ำมันมะรุม เอาน้ำเอนไซม์มะเฟืองไปทาแผลแช่เท้า แนะนำให้ทำดีท็อกซ์แบบสวนกาแฟ และเลิกใส่ถุงเท้า มีเวลาก็มานวดเท้า นวดตัวอีกซัก 5-6 ครั้ง และให้เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอยู่ เช่น ลดน้ำเย็น กินแต่น้ำอุณหภูมิห้องปกติ ขั้นต่ำวันละประมาณ 2.2 ลิตร (น้ำหนัก 65 กิโลกรัม) ลดปริมาณการดื่มน้ำอื่นๆ ที่มีการปรุงแต่ง กินผักและผลไม้เพิ่มขึ้น กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง

หลังจากนั้นเวลาผ่านมา 3 เดือน กลางเดือนมีนาคม 2553 เธอมานวดพร้อมกับเปิดแผลที่แห้งเรียบและผิวหนังชุดใหม่ที่สร้างขึ้นมาได้เกือบเต็มฝ่าเท้าแล้วให้ดู มีใบหน้าสดชื่นแจ่มใส ได้นอนหลับอย่างมีความสุข

ถาม : ก่อนหน้านี้ เธอก็รักษามาตลอด 8 เดือน แต่ทำไมมันไม่หายสักที เพราะเหตุอันใด ?
ตอบ : ที่เป็นดังนี้ เพราะเราคิดแต่จะรักษา “โรค” กัน เราไม่ได้คิดจะรักษา “คนเป็นโรค” คนเป็นโรคนั้น มีพฤติกรรมการกินอยู่ที่ผ่านมาแตกต่างกันออกไป จึงควรเอาพฤติกรรมของคนไข้มาร่วมพิจารณา การรักษา “คนเป็นโรค” ไม่ใช่มุ่งไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว ถ้าดูเพียงแต่ปัจจุบันเราก็จะมีแต่ยาฆ่าเชื้อ ยากดภูมิคุ้มกัน แก้ปัญหาเพียงเฉพาะหน้าเท่านั้น

ผู้ป่วย คุณสอง อายุ 39 ปี

อาการ มีตุ่มเม็ดใสๆ คันที่นิ้วมือ เป็นหวัดบ่อย ไอเรื้อรัง คันคอ

พฤติกรรม ตื่นเช้ากินน้ำ 2 แก้ว อาหารมือเช้า คือ นม 1 กล่อง และขนมปัง ไม่ค่อยกินน้ำเย็น แต่ชอบกินน้ำชาเขียว กลางคืนไปฟิตเนสแล้วกินขนมปัง แซนวิช

ผู้ป่วย คุณอาทิตยา อายุ 45 ปี

อาการ มีสะเก็ดเงินเป็นดวง เป็นแผลคันตามตัว หนังศีรษะเป็นรังแค ผมร่วงและมีผมขาว นอนไม่หลับ นอนกัดฟัน หงุดหงิดและโมโหง่าย หาวบ่อย ตัวร้อนแต่ขึ้หนาว ไม่ถ่ายอุจจาระหลายวัน

พฤติกรรม หลังอาหารมักกินน้ำผลไม้ กินประมาณวันละ 2 แก้ว ชอบกินนม กินขนมปังและของหวาน

 

ผู้ป่วย คุณฐิตินันท์ อายุ 18 ปี

อาการ คันตามข้อพับ ข้อศอก ข้อเข่าและรักแร้เป็นรอยไหม้พุพอง ขาหนีบเป็นรอยดำ

พฤติกรรม นอนดึก ตื่นเช้ากินข้าว กับนม 1 กล่อง นมเปรี้ยวผสมโยเกิร์ตมะนาว 1 แก้ว น้ำเปล่า 2 แก้วเท่านั้น กินแต่เนื้อสัตว์ ไม่กินผักและผลไม้ กินของหวาน โดยเฉพาะช็อคโกแลต เวลาว่างก็ไปเรียนเต้นออกกำลังกาย

สาเหตุของอาการคันและผื่นแพ้

  • ร่างกายร้อน เลือดร้อน เลือดเต็มไปด้วยสารพิษ (เนื่องจากอาหารที่กินเข้าไปไม่ได้ถูกย่อยภายในเวลาที่ควรจะย่อย มีการตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ เกิดการหมักหมมกลายเป็นของเสีย เมื่อลำไส้ดูดซึมไปในกระแสเลือด เลือดก็จะมีสารพิษอยู่มาก)
  • การทานยาหรือการทายาฆ่าเชื้อนานจนเกินไปจนภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ยาปฏิชีวนะต่างๆ

การบำบัด

  • ต้องปรับปรุงแก้ไขระบบย่อยให้ดี เพื่อให้อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่หมักหมมเน่าเสียและกลายเป็นสารพิษ เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เลือดและน้ำเหลืองเสีย
  • ใช้สมุนไพรในการขับน้ำเหลืองที่เสียออกจากกระแสเลือดทำให้เลือดสะอาด เช่น ใบชุมเห็ดเทศ สัก 2 กำมือ มาต้มโดยน้ำท่วมใบยา เคี่ยวให้เหลือน้ำสักครึ่งแก้วกิน เช้า-เย็น
  • ใช้ยาสมุนไพรแก้น้ำเหลืองเสียที่มีขายตามร้านขายยาสมุนไพรไทยทั่วไปมาทานก็ง่าย และสะดวกดี (ยาแก้น้ำเหลืองเสีย)
  • เอาใบต้นเสลดพังพอนกับดินสอพอง นำมาตำผสมกับน้ำต้มสุกหรือสุรา ใช้ทาบริเวณที่เป็นลมพิษ ผื่นคัน
  • ให้เอาหัวข่าแก่ๆ นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดผสมกับสุราใช้ทาบริเวณที่เป็นลมพิษ ผื่นคัน
  • ต้นและใบเหงือกปลาหมอ ต้มกับน้ำเอาไปอาบจะช่วยรักษาอาการคัน
  • ใช้ผงดินสอพอง ผงขมิ้น ผงเปลือกมังคุดและผงทานาคาผสมน้ำทาบริเวณที่เป็นผื่นแดง
  • ทานน้ำหมักชีวภาพหรือน้ำเอนไซม์ (โปรไบโอติก) เพื่อเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่ดี ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดการสร้างสารพิษจากอุจจาระเก่าๆ ในลำไส้
  • ทาและทานน้ำมันมะพร้าว โมโนลอรินที่เกิดจากการบริโภคกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าว เป็นสารปฏิชีวนะที่ทำลายเชื้อโรคได้ดีกว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตซัวและไวรัส ที่มีเกราะเป็นไขมันห่อหุ้ม (lipid-coated membrane)  ไขมันจะถูกละลายโดยน้ำมันมะพร้าวเพื่อเปิดโอกาสให้โมโนลอรินเข้าไปฆ่าเชื้อ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้
  • ลดการทานน้ำเย็น น้ำอัดลม น้ำหวาน นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม เป็นเวลา 2-3 เดือน หรือจนกว่าจะหายดี

อันตรายจากการใช้สเตียรอยด์ จากเอกสารเผยแพร่กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เนื่องจากสเตียรอยด์เป็นยาซึ่งมีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกายแทบทุกระบบการใช้สเตียรอยด์อาจนำไปสู่อันตรายมากมายหลายประการที่สำคัญได้แก่

การติดเชื้อ  การใช้สเตียรอยด์ในขนาดสูงมีผลกดภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อราได้ง่าย นอกจากนี้สเตียรอยด์ยังอาจบดบังอาการแสดงของโรคติดเชื้อ ทำให้ตรวจพบโรคเมื่ออาการรุนแรงแล้ว

แผลในกระเพาะอาหาร สเตียรอยด์มีผลทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลง และยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่แทนเนื้อเยื่อเก่าที่หลุดไป นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางรายยังพบว่ามีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นด้วย การใช้สเตียรอยด์อาจทำให้มีอาการกระเพาะอาหารทะลุ หรือเลือดออกในกระเพาะอาหารได้โดยไม่มีอาการปวดมาก่อน

ผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง สเตียรอยด์อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ และอารมณ์ของผู้ใช้ยาได้ การใช้ยาขนาดสูงจะทำให้เกิดอารมณ์เป็นสุข จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้มีอาการติดยา นอกจากนี้ยังพบอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ เช่น นอนไม่หลับ เจริญอาหาร กระสับกระส่าย หงุดหงิด เป็นต้น

กระดูกผุ (Osteoporosis) การใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน มีผลทำให้กระดูกผุได้ ดังนั้นผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดกระดูกผุอยู่แล้ว เช่น ผู้สูงอายุ คนที่เป็นโรคไขกระดูก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

ผลต่อผิวหนัง สเตียรอยด์สามารถลดอาการทางผิวหนังที่เกิดจากการแพ้การอักเสบและโรคผิวหนังที่ทำให้เกิดอาการคันต่างๆ แต่การใช้ยาสเตียรอยดไม่ใช่เป็นการรักษาที่ต้นเหตุ เป็นเพียงการยับยั้งอาการคันและอาการอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา แต่ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด ดังนั้นเมื่อหยุดยาก็กลับมาเป็นอีก และอาจมีผลทำให้การติดเชื้อลุกลามได้ เพราะสเตียรอยด์มีผลในการกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย สเตียรอยด์ในรูปของยาทาภายนอก มีผลทำให้ผิวหนังบางเป็นรอยแตกและมีลักษณะเป็นมัน การใช้สเตียรอยด์ที่สูตรโครงสร้างมีฟลูออไรด์เป็นองค์ประกอบ ถ้าทาบริเวณใบหน้าอาจจะทำให้หน้ามีผื่นแดง และมีอาการอักเสบของผิวหนังรอบๆ ในบางรายอาจมีสิวเกิดขึ้นด้วยฤทธิ์และอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ

7-11-1

บทความจากหนังสือ

ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น

ฉบับพกพา 7-11 เล่ม 1

12 comments

  1. ขอเรียนปรึกษาคุณหมอค่ะ
    ดิฉัน ชื่อ ออ ค่ะ อายุ 36 ปี เป็นลมพิษเรื้อรัง ผื่นคัน มา 1-2 ปี เป็นแบบหนัก แต่เป็นๆ หายๆ

    จากการบำบัดข้อนี้
    ทาและทานน้ำมันมะพร้าว โมโนลอรินที่เกิดจากการบริโภคกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าว เป็นสารปฏิชีวนะที่ทำลายเชื้อโรคได้ดีกว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตซัวและไวรัส ที่มีเกราะเป็นไขมันห่อหุ้ม (lipid-coated membrane) ไขมันจะถูกละลายโดยน้ำมันมะพร้าวเพื่อเปิดโอกาสให้โมโนลอรินเข้าไปฆ่าเชื้อ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้

    คำถาม ควรทานน้ำมะพร้าว เวลาไหนคะ ขนาดรัปประทานเท่าไหร่คะ ดิฉันเป็นลมพิษ เรื่อรังค่ะ

    • วิธีใช้

      รับประทานวันละไม่เกิน 3-4 ช้อนโต๊ะ ร่วมกับการทำ OP (Oil Pulling) คือ การอมน้ำมัน โดย

      1. ตื่นเช้าทานน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำธรรมดา 2 แก้ว
      2. อีก 1-2 ช้อนโต๊ะ ทานเมื่อไหร่ก็ได้ หลังอาหารหรือก่อนนอน
      3. ทำ OP โดยอมน้ำมันมะพร้าวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะไว้ในปาก เคลื่อนน้ำมันไปให้ทั่วช่องปาก ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นจึงบ้วนทิ้ง ล้างปากให้สะอาด เด็กที่อสายุต่ำกว่า 7 ปี ใช้แค่ 1 ช้อนชาก็พอ
      4. ทำ OP วันละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย
      5. หากมีอาการร้อนใน ปากแห้งให้หยุดทานน้ำมันมะพร้าวและ OP สัก 2-3 วัน ดื่มน้ำระบายความร้อนออกแล้วเริ่มทำใหม่ค่ะ

  2. พิมพ์พิลาไล

    ขอเรียนปรึกษาคุณหมอคะ
    พ่อดิฉันอายุ40กว่า
    มีอาการคันตามมือ ต้นคอ จนเป็นตุ่มนูนแข็งบริเวณผิวหนัง ผิวหนังลอก ตรงแผล

    • 1.ทานยาประดงก่อนอาหาร เช้า-เย็น 2 ช้อนโต๊ะ ทุกวัน
      2.ก่อนนอน ทานธรณี 2-3 เม็ด สัปดาห์ละ 2 วัน
      3.ทานน้ำเปล่าเพิ่มมากขึ้น งด/ลดของหวาน นม น้ำเย็น

      ช่วง 1 เดือนแรกจะมีอาการคันมากขึ้น ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวทาผิวช่วยได้ค่ะ

  3. ชอรบกวนปรึกษาคุณหมอค่ะ
    ดิฉันอายุ29ปี มีอาการคันและเป็นแผลเรื้อรังค่ะ เริ่มจากคันเป็นตุ่มมีน้ำเหลืองไหล แห้งเป็นสะเก็ดหนา และหายยากมากๆค่ะ

    • ใช้น้ำมันมะพร้าวทาบริเวณที่เป็นได้ครับ

      ส่วนตัวยา ให้ทานยาถ่ายน้ำเหลือง น้ำมันมะพร้าว lactomin ปรับกระบวนการขับของเสียของร่างกายให้กลับมาทำงานได้สมบูรณ์

      พร้อมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่กับการทานยาด้วยนะคะ เพื่อผลในการรักษาที่ดีขึ้น

      1. เลี่ยงการทานน้ำเย็น ชา กาแฟ น้ำอัดลม นมวัว นมถั่วเหลือง
      2. ทานน้ำเปล่าอุณหภูมิปกติ ให้ได้วันละ 1-2 ลิตร ใช้วิธีการจิบ ครั้งละ 2-3 อึก ไม่ดื่มทีเดียวหมดแก้ว เพราะจะปัสสาวะออกมาหมด ร่างกายดูดซึมไปใช้งานไม่ทัน ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
      3. เวลาทานข้าวไม่ทานน้ำ น้ำแกง น้ำซุป รวมทุกอย่าง พยามทานน้ำให้น้อยที่สุด หากจะทาน รวมกันต้องไม่เกินครึ่งแก้ว เพราะเวลาที่ทานข้าว กระเพาะอาหารจะหลั่งน้ำย่อยออกมา ถ้าเราไปทานน้ำต่างๆ เหล่านั้น ก็จะไปเจือจางน้ำย่อย ให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ อาหารที่กินเข้าไป ก็จะไม่เกิดการย่อย หรือย่อยได้ แต่ไม่สมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นขยะตกค้างในลำไส้ หรือกระเพาะอาหาร ต้นเหตุของการเป็นโรคกรดไหลย้อน หรือท้องผูกตามมา
      4. เข้านอนให้เร็วขึ้น ไม่ควรเกิน 4 ทุ่ม ตื่นตอนเช้า ทานน้ำเปล่า 2 แก้ว แล้วปัสสาวะออก เพื่อเป็นการชำระล้างของเสียในลำไส้ออก
      5. ข้าวเช้าสำคัญที่สุด ทานเป็นข้าวเท่านั้น ไม่ใช่กาแฟ ขนมปัง หรืออะไรอย่างอื่น เพื่อช่วยฟื้นฟูกระเพาะให้หลั่งน้ำย่อยออกมาได้สมบูรณ์ และยังช่วยฟื้นฟุระบบการเผาผลาญในร่างกายอีกด้วย (หากทานข้าวไม่ได้ หรือทานไม่ทัน ให้หาพวกธัญพืชชง จำพวกข้าวกล้อง ลูกเดือย งาดำ เพราะจะทดแทนข้าวได้)
      6. ใช้เวลาในการรักษาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน นานสุดไม่เกิน 6 เดือน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย เช่น ระยะเวลาในการเป็นโรคมานานเท่าไหร่ ปรับพฤติกรรมตามที่แจ้งได้มั้ย เหล่านี้ด้วยนะคะ

      ขอให้ประสบผลสำเร็จในการรักษา และอาการดีขึ้นในเร็ววันนะคะ “หมอที่ดีที่สุด คือตัวเราเอง” จากใจ ดิ อโรคยา คลินิกฯ

  4. สวัสดีคะ อยากเรียนถามคุณหมอคะ ว่า ตื่นนอนตอนเช้าสามารถทานสาหร่ายเกลียวทองกับน้ำมันมะพร้าวพร้อมกันได้ไหมคะ แล้วก่อนอาหารเช้า เยน ทานน้ำตรีผลาคะ

    • แนะนำให้ทานสลับวันกันครับ ไม่ควรทานวันเดียวกัน เพราะสรรพคุณที่ได้คล้า่ยๆกันครับ

  5. รบกวนถามคุณหมอค่ะ ดิฉันอายุ28ปี เป็นน้ำเหลืองไม่ดีตั้งแต่จำความได้ ส่วนใหญ่คันตามแขนขา เป็นๆหายๆ สกินเทสพบว่าแพ้ไรฝุ่น ขนหมา ขนแมว (รักษาไม่ต่อเนื่อง)ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้วคันจนทนไม่ไหวไปหาหมอผิวหนังหมอบอกว่าเป็นหิด แต่ก็ทายาแล้วไม่หาย ไปซื้อยาที่ร้านขายยาเขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นหิด เป็นภูมิแพ้ผิวหนังให้ยาทาแก้คันทั่วไปก็ไม่ดีขึ้น อยากขอวิธีรักษาจากคุณหมอค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • น่าจะเกิดจากภูมิคุ้มกันลดลงมากนะครับ

      ลอง ทานน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ ตอนก่อนนอน และ ทานโปรไบโอติก(ยี่ห้อใดก็ได้) หลังอาหาร เช้า และ เย็น 30 นาที ครั้งละหนึ่งเม็ดหรือหนึ่งซอง

      พยายามนอนให้เร็วขึ้น ไม่ทานอาหารหวานมากจนเกินไปครับ

  6. เจ้าปัญหา

    รบกวนสอบถามค่ะ
    ดิฉันมีอาการคันเป็นผื่นแดงที่ใบหน้าค่ะ ยิ่งเกายิ่งขยายกว้างขึ้น ไปหาคุณหมอให้ยามาทาเมื่อทาแล้วก็หายคันนะค่ะ
    แต่ว่าก็ขึ้นมาอีกและจะขึ้นบริเวณดิม ๆ ตลอด ก็ทายาอีก เพิ่งสังเกตหน้าเป็นดวงขาว ๆ บริเวณที่ทา จะมีวิธีรักษายังไงค่ะ
    และไม่แน่ใจว่าตัวเองแพ้อะไรด้วยค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    • ต้องการปรึกษารบกวน
      โทร. 02-682-1215, 086-361-4747
      หรือ ไลน์ @thearokaya

      ขอบคุณค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*