Home // การแพทย์ทางเลือก // ความเครียดทำร้ายร่างกายอย่างไร

ความเครียดทำร้ายร่างกายอย่างไร

ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องประสบกับปัญหากับความเครียด ไม่สามารถหลีกหนีความเครียดได้ หลาย ๆ คนอาจจะมีวิธีคลายเครียดต่างกันออกไป บางคนมีวิธีคลายเครียดโดยการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือบางคนอาจพึ่งยาเสพติด ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดและส่งผลเสียให้กับสุขภาพของเราให้แย่ลงไปอีก

ความเครียดนั้น ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าหากไม่ได้รับการผ่อนคลาย หรือสะสมความเครียดนั้นไปนาน ๆ อาจนำไปสู่อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ เช่น มึนงง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย นอนไม่หลับ หรือหลับยาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ วิตกกังวล สมาธิสั้น หงุดหงิด มองโลกในแง่ร้าย อาการเหล่านี้เป็นเพียงอาการเริ่มต้นของผู้ที่มีความเครียด ถ้าหากไม่ได้รับการผ่อนคลาย หรือรักษาอาจส่งผลกระทบกับร่างกายอย่างรุนแรงได้ เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ (บางท่านอาจเกิดเป็นพังผืดขึ้นเพราะกล้ามเนื้อเกร็งตัวเป็นเวลานาน)

ความเครียดมีหลายชนิด

  1. ความเครียดฉับพลัน เป็นความเครียดที่เกิดมาช่วงเวลาหนึ่ง แล้วก็หายไป
  2. ความเครียดเรื้อรัง เป็นความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวัน และสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นความเครียดเรื้อรัง

อาการของผู้ที่มีความเครียด เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามตัว มึนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว ท้องผูก วิตกกังวล ซึมเศร้า มองโลกในแง่ร้าย นอนไม่หลับ ท้อแท้ สูบบุหรี่ ความจำไม่ค่อยดี สมาธิสั้น เป็นต้น

เมื่อร่างกายเกิดความเครียดมักจะปล่อยฮอร์โมนความเครียดที่หลั่งออกมาจากต่อมหมวกไต (ต่อมหมวกไตจะทำหน้าที่ควบคุมระดับไขมัน ระดับน้ำตาล และระดับน้ำในร่างกาย) ฮอร์โมนความเครียดนี้จะเข้าไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และไขมัน ถ้ามีฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลกระทบต่อร่ายกายในหลาย ๆ ด้าน เช่น

  • ความเครียด มีผลกระทบกับตับ ทำให้ตับทำงานผิดปกติ หรือผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมาเยอะ โดยฮอร์โมนชนิดนี้เป็นตัวกระตุ้นทำให้ตับผลิตน้ำตาลออกมามากขึ้น ซึ่งจะทำให้เสี่ยงเป็นเบาหวาน และโรคอ้วนได้
  • เนื่องจากเมื่อเกิดความเครียด กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ จะเกิดอาการเกร็ง จะส่งผลให้เกิดอาการปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ ไมเกรน เพราะเลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก
  • เมื่อเกิดความเครียดทำให้หัวใจบีบตัวมากขึ้น เต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตจะสูงขึ้น เสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดต่าง ๆ ได้
  • ความเครียดนี้จะไปกระตุ้นระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้น หรือต่ำลงอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดอาการช็อกได้
  • เมื่อมีความเครียดสะสมกัน ส่งผลให้ระบบประสาททำงานหนักขึ้น มีผลกระทบกับความจำ และยังทำให้นอนหลับยากขึ้น ร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการอ่อนล้าได้
  • อาการภาวะเครียดลงกระเพาะ ท้องผูก หรืออาหารไม่ย่อย อาการเหล่านี้เกิดมาจากความเครียด เพราะเลือดของเราไปทำงานที่สมองมากเกินไป จนทำให้เลือดที่มาหล่อเลี้ยง กระเพาะอาหาร และ ลำไส้น้อยลงมาก หากปล่อยให้มีความเครียดในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดโรคลำไส้แปรปรวนได้
  • ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงและเม็ดเลือดขาวน้อยกว่าปกติ ทำให้เจ็บป่วยหรือติดเชื้อได้ง่าย เช่น ไข้หวัด เริม
  • ฮอร์โมนที่หลั่งเมื่อเกิดความเครียดทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง

การลดความเครียดนั้นสามารถทำได้หลายวิธี

  • ทานอาหารที่ช่วยสมองได้ผ่อนคลาย เช่น มะเขือเทศ ข้าวโพด กล้วยหอม โสม กระชายดำ น้ำผึ้ง โหระพา พริก ตะไคร้ น้ำอัญชัน น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะตูม มะนาว เป็นต้น หลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ แอลกอฮอล์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้การเสพติด
  • ออกกำลังกายบ่อย ๆ เพราะเวลาออกกำลังกายจะหลั่งฮอร์โมนความสุข (เอ็นโดรฟิน)เพื่อช่วยให้ร่างกาย และสมองได้ผ่อนคลาย
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก
  • กล้าเผชิญกับปัญหาที่สะสมไม่ยอมแก้ไขมาเป็นเวลานาน
  • หากิจกรรมยามว่าง เช่น ปลูกต้นไม้ นั่งสมาธิ ทำงานบ้าน
  • ฟังธรรมะในศาสนาของท่าน เพื่อสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ช่วยให้นำพาความคิดเราไปสู่การปล่อยวางทุกข์
Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*