Home // การแพทย์ทางเลือก // วิธีการขับสารพิษในร่างกาย

วิธีการขับสารพิษในร่างกาย

ทุกวันนี้เราต้องเจอกับสารพิษอยู่ทุกวัน ทั้งสารพิษจากภายในและภายนอกร่างกาย เมื่อสารพิษนี้อยู่สะสมอยู่ในร่างกาย มักจะแสดงอาการออกมามากหรือน้อยแตกต่างกัน

สารพิษสามารถเข้าสู่ร่ายกายได้หลายทาง เช่น การสูดดมควันรถ การกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์มากเกินไป ผงชูรส สารกันบูด ยาเคมี หรือยาฆ่าแมลง เป็นต้น โดยปกติแล้วร่ายกายของคนเรานั้นสามารถกำจัดสารพิษได้เอง โดยผ่านอวัยวะต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียเหล่านี้ก็คือ ตับ ปอด ผิวหนัง ไต อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อ และลมหายใจ ถ้าหากสารพิษนี้สะสมไว้ในร่างกายเราเป็นเวลานาน ก็จะทำให้ร่ายกายแสดงอาการเจ็บป่วย บางคนมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดศีรษะ มึนงง เป็นผื่นแดง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เป็นสิว ท้องผูก เป็นต้น

วิธีการขับสารพิษสามารถทำได้หลายวิธี

1. การขับพิษออกมาทางอุจจาระ โดยแนะนำให้ทานผัก ผลไม้เป็นประจำ ดื่มน้ำบ่อย ๆ หรืออาจจะทำการสวนล้างลำไส้ก็ได้ เพื่อกระตุ้นการขับถ่ายให้ขับถ่ายได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ทำให้ท้องอืด หรือท้องผูก

วิธีการสวนล้างลำไส้สามารถใช้ได้ทั้งน้ำอุ่น หรือกาแฟดีท็อกซ์ โดยตักกาแฟประมาณ 1-2 ช้อนชาชงกับน้ำร้อนประมาณ 1 แก้ว เทน้ำธรรมดาลงไปในขวดดีท็อกซ์ประมาณ 1,000 ซีซี แล้วเทน้ำกาแฟลงไปผสมกัน นำถุงดีท็อกซ์แขวนไว้ในห้องน้ำโดยความสูงห่างจากพื้นประมาณ 1 เมตร จากนั้นนอนตะแคงขวา ค่อย ๆ เอาปลายสายยางสอดเข้ารูทวาร แล้วเปิดวาล์วน้ำให้ไหลเข้าไป ถ้ารู้สึกว่าทนไม่ไหวให้ปิดวาล์วน้ำ แล้วกลั้นไว้สักพักพอที่จะสามารถทนได้ หากทนไม่ไหวก็อุจจาระได้เลย การดีท็อกซ์ลำไส้ไม่ควรทำทุกวัน เพราะลำไส้จะชินกับการทำดีท็อกซ์ ทำให้ลำไส้ไม่สามารถขับของเสียได้เอง และจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยอาหารจะน้อยลง ควรทำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น

2. การอบสมุนไพร โดยการอบตัว ด้วยสมุนไพรเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมีมานานหลายยุคหลายสมัย นอกจากจะเป็นการขับพิษแล้ว วิธีนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ทั่วร่างกาย ทำให้ระบประสาทและต่อมไร้ท่อถูกกระตุ้นทำให้เหงื่อออกมามากกว่าปกติ ช่วยบำรุงผิวพรรณ และยังช่วยให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้นด้วย

วิธีการอบตัวด้วยสมุนไพรมี 2 แบบ คือ อบแบบแห้ง กับอบแบบเปียก โดยใช้สมุนไพร เช่น ขมิ้นชัน ใบมะกรูด ไพล ใบมะขาม ใบส้มป่อย ตะไคร้ หรือสมุนไพรอะไรก็ได้ตามต้องการ วิธีแรกคืออบแบบแห้งทำได้โดยต้มน้ำสมุนไพรแล้วนำน้ำที่ต้มนั้นมาอาบน้ำ และนำขมิ้นมาทาตัวซึ่งวิธีนี้ดัดแปลงมาจากการอยู่ไฟในสมัยก่อน วิธีที่สองคืออบแบบเปียก นำสมุนไพรทั้งหมดลงไปต้มในหม้อ แล้วแย้มฝาหม้อให้ไอน้ำจากการต้มสมุนไพรมากระทบผิว

3. การกัวซา เป็นการกำจัดพิษออกทางผิวหนัง โดยการขูดลงไปที่ผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เส้นเลือดบริเวณที่ทำการขูดกัวซาขยายตัวมากขึ้น ลดกล้ามเนื้อที่แข็งตึง ลดการอุดตัน จึงทำให้เลือดสามารถไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้สะดวก และยังกระตุ้นให้น้ำเหลืองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำกัวซา เป็นการใช้อุปกรณ์ที่ทำมาจากเขาสัตว์ กระดูกสัตว์ ช้อนกระเบื้อง หรือหินมาขูดบนผิวหนัง โดยขูดตามแนวเส้นลมปราณ และขูดไปในทิศทางเดียวกัน ขูดจนกว่าผิวหนังจะเป็นรอยจ้ำแดงๆ และรอยจ้ำแดงๆ นี่เองที่บ่งบอกได้ว่าร่างกายของเรามีสารพิษสะสมมากหรือน้อยเพียงใด

4. การแช่เท้าในน้ำอุ่น เพราะใต้ฝ่าเท้าของเราเป็นจุดรวมของเส้นลมปราณทั้งหมดภายในร่างกาย อวัยวะต่าง ๆ จึงมีความสัมพันธ์กับเท้าทั้งหมด วิธีนี้เป็นการช่วยกระตุ้นเลือดให้ไหลเวียนได้สะดวก ช่วยลดความเครียด ลดอาการอักเสบ เช่น ปวดขา ปวดเข่า

วิธีแช่เท้า คือ ใช้น้ำอุ่นเทลงไปจนถึงข้อเท้า แช่ประมาณ 20 นาที ในขณะที่แช่อยู่ในน้ำเท้าทั้ง 2 ข้างควรมีการเคลื่อนไหว เพื่อให้เลือดได้มีการหมุนเวียน

5. การหายใจ เป็นการสูดออกซิเจนเข้าร่างกาย และดึงคาร์บอนไดออกไซด์กับของเสียอื่น ๆ ออกไปจากร่ายกาย

วิธีการหายใจง่าย ๆ คือ นั่งในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก สูดหายใจ (ท้องจะต้องป่องออก) เข้า (ท้องจะแฟบ) ทางจมูกช้า ๆ กลั้นหายใจประมาณ 10 วินาที ค่อย ๆ หายใจออกช้า ๆ

6. ออกกำลังกาย เพราะเหงื่อนั้นจะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ช่วยขับของเสียและสารพิษต่าง ๆ ออกทางผิวหนัง นอกจากจะขับพิษแล้วยังช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงมากขึ้น ระบบเลือดต่าง ๆ ภายในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้นด้วย

7. การนวด และฝังเข็ม เป็นการกำจัดของสารพิษหรือของเสียในร่างกายออกมาตามท่อน้ำเหลืองออกมาทางเหงื่อ และปัสสาวะ กระตุ้นให้น้ำเหลืองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน ประโยชน์อื่น ๆ ของการนวด เช่น บรรเทาอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน ลดอาการตัวบวมน้ำ หรือช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

8. การครอบแก้ว เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีการใช้มานานกว่าหลายพันปีแล้ว การครอบแก้วนี้จะคล้าย ๆ กับการกัวซา ซึ่งจะดูจากสีที่แสดงออกมาบนผิวหนัง

วิธีการครอบแก้ว คือ จะใช้ไฟลนแก้ว หรือถ้วยที่จะทำการครอบแก้ว เพื่อให้เกิดสุญญากาศ และทำการครอบลงบนผิวหนัง ทิ้งไว้สักพักกล้ามเนื้อบริเวณที่ทำการครอบแก้วก็จะเปลี่ยนสี สีแต่ละที่ที่ทำการครอบก็จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าบริเวณไหนมีอาการปวดหรือสารพิษสะสมมาก

สารพิษนั้นเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นแล้วเรามาหาวิธีป้องกัน หรือหลีกเลี่ยงสารพิษนั้นดีกว่า

  1. การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ กินผัก และผลไม้ที่ปลอดสารพิษ
  2. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารเคมี เช่น น้ำยาล้างจานแบบชีวภาพ ยากันยุงจากธรรมชาติ เครื่องสำอางออร์แกนิค แชมพูสมุนไพร เป็นต้น
  3. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ เพื่อขับสารพิษออกมาทางปัสสาวะ
  4. ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่ายกายได้ขับเหงื่อ

 

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*