Home // การแพทย์ทางเลือก // ไทรอยด์ทำงานอย่างไร

ไทรอยด์ทำงานอย่างไร

ไทรอยด์ทำงานอย่างไร

ปัจจุบันนี้มีคนจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคไทรอยด์กันมากขึ้น สำหรับผู้ที่เป็นไทรอยด์บางคนก็อ้วนขึ้น บางคนก็ผอมลง เพราะแต่ละอาการของผู้ที่เป็นไทรอยด์นั้นแตกต่างกัน

เรามาทำความรู้จักไทรอยด์กันค่ะ

          ไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย อยู่ด้านหน้าของลำคอ ใต้ลูกกระเดือก มีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อ 2 กลีบใหญ่ มีด้านซ้ายกับขวาโดยมีเนื้อเยื่อบาง ๆ เชื่อมต่อกัน ต่อมไทรอยด์จะผลิตฮอร์โมนซึ่งมีหน้าที่สำคัญคือ ควบคุมการเผาผลาญพลังงาน ควบคุมอุณหภูมิ การใช้ออกซิเจน ไขมันในเลือด และระบบการทำงานของประสาทภายในร่างกาย โดยต่อมไทรอยด์จะทำงานโดยผ่านการควบคุมของต่อมใต้สมอง (ต่อมที่ผลิตฮอร์โมนโดยตรงและกระตุ้นการทำงานของต่อมไร้ท่อต่าง ๆ)

ลักษณะของผู้ที่เป็นไทรอยด์ก็แตกต่างกัน บางคนเป็นไทรอยด์แล้วน้ำหนักขึ้นนั่นก็เป็นเพราะว่าต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนออกมาน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมน การเผาผลาญพลังงานก็ทำได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายเกิดการสะสมน้ำไว้ที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และขับออกไม่ได้ ทำให้เกิดอาการตัวบวม ผู้ที่เป็นไทรอยด์อีกชนิดหนึ่งก็คือ น้ำหนักตัวจะลดลง เพราะมีการผลิตฮอร์โมนมากเกินไป การเผาผลาญก็ทำงานได้มากกว่าปกติ จึงทำให้กินเยอะแค่ไหนน้ำหนักก็ไม่เพิ่มขึ้น

อาการอื่น ๆ ของผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์

  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
  • ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย
  • กินเยอะ แต่น้ำหนักตัวลดลง
  • น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น
  • ตาโปน และมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แขน-ขาไม่มีแรง
  • บางคนก็มีอาการประจำเดือนผิดปกติ

ในทางการแพทย์แผนไทย ไทรอยด์เกิดจากการที่เรากินอยู่ไม่สมดุล คือ ทานอาหารที่ไม่มีสารอาหารที่เพียงพอกับพลังงานที่ใช้ไปในแต่ละวัน และพักผ่อนไม่เพียงพอ และถ้าหากร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานที่มากเกินไป จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นรู้สึกร้อนภายในร่ายกายอยู่ตลอดเวลา

    

วิธีการแก้ไขในทางธรรมชาติบำบัดสำหรับโรคไทรอยด์ในเบื้องต้น คือ

  • ทานอาหารที่ช่วยเพิ่มสารอาหาร เช่น ธัญพืช ข้าวกล้อง ถั่วต่าง ๆ กล้วยน้ำว้า งา เมล็ดฟักทอง สาหร่ายสไปรูลิน่า เห็ดต่าง ๆ เมล็ดเชีย
  • ทานสมุนไพรที่ช่วยดับร้อน เช่น ย่านาง ใบบัวบก ลูกใต้ใบ
  • นวดเท้า นวดตัวสัปดาห์ละครั้ง
  • ทานอาหารเช้าไม่เกิน 9 โมง ไม่ควรทานขนมปัง หรือกาแฟเป็นอาหารเช้า
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ไม่ดื่มน้ำเย็น
  • ไม่ออกกำลังกายหนักเกินไป และไม่เครียดจนเกินไป
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก

 

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*