Home // การแพทย์ทางเลือก // สมุนไพรบำบัดโรค // เพิ่มภูมิคุ้มกัน บำบัดอาการภูมิแพ้ด้วยตำรับ “ยาปราบชมพูทวีป”

เพิ่มภูมิคุ้มกัน บำบัดอาการภูมิแพ้ด้วยตำรับ “ยาปราบชมพูทวีป”

พูดถึงโรคภูมิแพ้ที่มีอาการจมูกตัน น้ำมูกไหล ไอ มีเสมหะ ในสมัยนี้ พอใครเป็นขึ้นมาก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการกินยาที่ทำให้น้ำมูกหยุดไหล เสมหะแห้งหายไป กันจนเคยชิน
แต่สังเกตไหมว่า พอกินยาที่ว่านี้ไปนานๆ อาการจะเริ่มไม่หาย แม้จะเพิ่มปริมาณยาก็ตาม แถมยังทำให้คนกินเกิดอาการเบลอ-มึน-งง อีกด้วย

นั่นเป็นเพราะอะไร? แล้วเราควรแก้ไขอย่างไร?

คนที่เป็นภูมิแพ้ และทานยาแก้แพ้มานาน ส่วนใหญ่น่าจะสังเกตได้ว่า เมื่อทานยาไปนานๆ จากทานวันละเม็ดก็หาย กลายเป็นต้องทานเพิ่มขึ้น แถมอาการก็ดื้อยามากขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มปริมาณยาก็ไม่ทุเลา แถมยังทำให้มึนๆงงๆ เหมือนสมองจะช้าลงอีกด้วย
นั่นเป็นเพราะอะไร?

ก็เพราะยาที่ว่านั้น ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดฝอยหดตัว เลือดจึงมาเลี้ยงหลอดเลือดในโพรงจมูกได้น้อย ส่งผลน้ำมูก (ดูเหมือนจะ)ลดลงตามไปด้วย ที่จริงแล้วหากว่าปอดของเรามีอาการเจ็บป่วย หรือมีเสมหะตกค้าง กลไกขับพิษตามธรรมชาติของร่างกายจะพยายามขับเสมหะตกค้างเหล่านั้นออกมา ทำให้น้ำมูกไหล จาม

แต่เรากลับกินยาเพื่อสะสมเสมหะเหล่านั้นไว้ จนนานวันเข้า เสมหะกลายเป็นก้อนเหนียวหนืดเหมือนยางมะตอยเต็มปอด ร่างกายจนปัญญาที่จะขับออก จึงกลายเป็นว่ายิ่งกินยายิ่งอาการหนัก

ในทางการแพทย์แผนไทยเชื่อว่า ผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ โดยไม่มีไข้ หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูก ก็คือผู้ที่มีภาวะเสมหะกำเริบ ปิตตะหย่อน หรือพูดง่ายๆก็คือผู้ที่มีภาวะธาตุน้ำเกิน (ร่างกายเย็นเกิน) ธาตุไฟหย่อนนั่นเอง

“เสมหะ” ในภาษาการแพทย์แผนไทยหมายถึงธาตุน้ำชนิดหนึ่ง หากอยู่ที่คอจะเรียกว่า ศอเสมหะ อยู่ที่ช่วงอกจะเรียกว่า อุระเสมหะ และถ้าอยู่ที่ลำไส้ใหญ่ตอนล่างจะเรียกว่า คูถเสมหะ
การเกิดเสมหะจะเกิดได้หลายลักษณะ เช่น หากว่ามีภาวะเสมหะกำเริบ สังเกตได้ว่าจะมีอาการน้ำมูกใสๆ ไหลไม่หยุด ไอแบบมีเสมหะในคอมาก หากมีภาวะเสมหะหย่อน จะมีอาการจมูกตัน ไม่มีน้ำมูก ไอแห้งเสมหะมีลักษณะแห้ง เหนียวเกาะติดผนังปอด ผนังหลอดลม

ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ก็คือ พฤติกรรมการกินอยู่ เช่น ชอบทานอาหารทอดอาหารมัน, ชอบทานอาหารสะดวกซื้อที่มักมีสารเคมีปรุงแต่ง มีสารกันบูด รวมทั้งเครื่องปรุงรสเยอะๆ, ดื่มน้ำเปล่าน้อยไป, อยู่ในที่อากาศแออัดไม่ถ่ายเท, อยู่ในห้องปรับอากาศทั้งกลางวัน ไม่ออกกำลังกาย หรืออาจเคยเจ็บป่วยด้วยไข้หวัด ไข้สูงมาก แล้วกระทุ้งพิษไข้ออกไม่หมด

เมื่อเสมหะคั่งในปอด ไม่ขับออก นานเข้าก็เกิดอาการหืด(หายใจดังครึดคราด) จมูกตัน ปวดโพรงจมูก ไอเรื้อรัง ไอแห้งเพราะเสมหะเหนียวข้น และหากยังไม่รีบแก้ไข ยังกินอาหารแสลง(อาหารฤทธิ์เย็นเกิน) อยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มธาตุไฟให้ร่างกายอบอุ่น นานเข้าธาตุน้ำก็พิการ มีปัญหาน้ำเหลืองเสีย เป็นภูมิแพ้ภูมิเพี้ยนตามระเบียบ

บางคนอาจมีคำถามว่า ทำไมคนรอบข้างมีพฤติกรรมแบบเดียวกันไม่เห็นป่วยเลย คำตอบก็คือ ธาตุแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความสมบูรณ์ของธาตุตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา กระบวนการคลอด การดูแลในวัย ทารก-วัยเด็ก อาหารการกินของแต่ละบ้าน สภาพแวดล้อมทั้งที่บ้านและนอกบ้านเป็นต้น ดังนั้น อย่ามัวตั้งคำถาม

“เรามาหาทางออกจากโรคภูมิแพ้กันอย่างยั่งยืนจะดีกว่า″

แล้วเราควรแก้ไขอย่างไร?

++ สำหรับแนวทางในการป้องกันและรักษานั้น แพทย์แผนไทยแนะนำว่า ++

– ไม่ควรกินยาแก้ไข้ แก้อักเสบพร่ำเพรื่อ เมื่อมีไข้ ให้ถ่ายพิษไข้ออกด้วยการลดความร้อนของเลือด

– ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ช่วยร่างกายขับอุจจาระ ปัสสาวะให้ออกได้สะดวก งดอาหารแสลง

– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ในช่วงแรกอาจมีอาการมากกว่าเดิม มีน้ำมูกมาก ไอมาก เนื่องจากร่างกายเริ่มฟื้นตัว เริ่มมีความสามารถในการขับเสมหะออก ให้อาศัยความอดทนสักระยะ เมื่อปอดแข็งแรงขึ้น เสมหะถูกขับออกหมด อาการต่างๆ ก็จะหายไป

ส่วนยาสมุนไพรตำรับที่แพทย์แผนไทยให้การยอมรับ และนำมาใช้แก้ไขอาการภูมิแพ้อย่างได้ผลดี ได้แก่ “ยาปราบชมพูทวีป”

ที่มีสรรพคุณแก้อาการภูมิแพ้อากาศ และปรับระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง ผลจากการศึกษาคนไข้ตัวอย่างพบว่า สามารถลดอาการภูมิแพ้ได้มากกว่า 90% มีความปลอดภัยสูง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

ตำรับยาปราบชมพูทวีปนั้น ประกอบด้วยสมุนไพรหลัก ได้แก่

ยาปราบชมพูทวีป

– เหงือกปลาหมอ (ทั้งต้น), พริกไทยดำ, ใบกัญชาเทศ

– สมุนไพรอื่นๆ ได้แก่ หัศคุณเทศ, ดอกกานพลู, หัวบุกรอ, เนื้อลูกสมอเทศ, เนื้อลูกสมอไทย, รากเจตมูลเพลิงแดง, เหง้าขิง, เทียนแดง, เทียนตาตั๊กแตน, เทียนแกลบ, เทียนดำ, โกศสอ, โกฐเขมา, ลูกพิลังกาสา, ลำพันหางหมู, ดอกดีปลี, การบูร, ลูกจันทน์, ดอกจันทน์, ลูกกระวาน ในปริมาณที่ลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ

แต่ถึงจะมีความปลอดภัยสูง แต่เนื่องจากเป็นตำรับยารสร้อน จึงไม่ควรทานเมื่อมีอาการที่เกิดจากความร้อนอยู่ เช่น เมื่อมีไข้ เกิดการอักเสบ ติดเชื้อบริเวณโพรงจมูก ลำคอ รวมทั้งห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ และ เด็ก

อีกทั้งควรระวังการใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคแผลเปื่อยเพปติก โรคกรดไหลย้อน ในผู้ที่มีความผิดปกติของตับ ไตหรือทางเดินปัสสาวะ

ในปัจจุบันยาตำรับ “ปราบชมพูทวีป” ได้รับการยอมรับและถูกนำมาใช้ เพื่อรักษาโรคภูมิแพ้อากาศ และ ปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิต ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอย่างแพร่หลาย และได้รับการยืนยันจากคนไข้ว่าให้ผลในการรักษาได้ดี

ใครที่เป็นภูมิแพ้อากาศและต้องกินยาเคมีมานานจนอาการเริ่มดื้อยา ลองหันมาใช้สมุนไพรตำรับ “ปราบชมพูทวีป” ดู นอกจากจะช่วยแก้ไขอาการภูมิแพ้ ปรับภูมิคุ้มกันแล้ว ยังไม่เป็นภาระต่อร่างกายในการขับเคมีส่วนเกินจากการทานยาเคมีเกินจำเป็นอีกด้วย

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*