Home // Blog หมอนัท // จัดการกับโรคคนเมือง (Office Syndrome) ด้วยตนเอง

จัดการกับโรคคนเมือง (Office Syndrome) ด้วยตนเอง

กลุ่มอาการโรคออฟฟิศซินโดรมมีลักษณะอย่างไร?

   มึนเวียนศีรษะ ปวดหัวบ่อย บ้านหมุน ปวดตึงบ่าไหล่ เป็นโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน ท้องอืด ขับถ่ายไม่หมด ปวดคอ หลัง เอว สะโพก เมื่อยเนื้อตัว มือชา ง่วงนอน นอนไม่หลับ กังวล หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย

มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง?

   – สาเหตุที่ 1 “สารอาหาร และน้ำ” ในเลือดน้อยลงมาก

เมื่อสารอาหารในเลือดน้อยลงจะไม่เพียงพอที่จะไปเลี้ยงศีรษะ ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ปวดหัวบ่อย ไมเกรน หากเป็นหนักขึ้นจะมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน หูดับ อาการบ้านหมุน และเมื่อน้ำในเลือดน้อยลง จะทำให้เลือดข้นหนืด ปวดตามแนวเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะด้านหลัง ปวดเอว ปวดหลัง ปวดเข่า ได้ง่าย

วิธีการเพิ่มสารอาหาร และน้ำในเลือด ควรทานอาหารเช้าทุกวัน ไม่นอนดึกเกินไป ไม่ดื่มน้ำเยอะเกินไปเวลาทานอาหาร ทานสมุนไพรช่วยย่อยสลายอาหารให้มีสารอาหารมากขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนเลือดโดยการนวดเส้นลมปราณถุงน้ำดี และ เส้นลมปราณซานเจียว ระหว่างวันทานน้ำเปล่าไม่เย็นให้ได้ 8 -10 แก้วโดยค่อย ๆ ทานครั้งละไม่มาก

การนวดตามแนวเส้นลมปราณ

เส้นลมปราณถุงน้ำดี

เมื่อเลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ร่างกายของเราจะส่งสัญญาณเตือนด้วยอาการปวดตึงกล้ามเนื้อตามแนว “เส้นลมปราณถุงน้ำดี” ทำให้ปวดคอบ่าไหล่ เวียนศีรษะได้ง่าย รวมถึงตึงบริเวณจุดสลักเพชรลงไปตามขา การนวดตามแนวเส้นลมปราณนี้จะช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้สะดวกยิ่งขึ้น

นวดกระตุ้นตามแนว “เส้นลมปราณซานเจียว (ช่องท้อง)” จะช่วยกระตุ้นธาตุไฟในร่างกาย ทำให้กระเพาะอาหารลำไส้ ทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ขับถ่ายออกไม่หมด ลดอาการหูดับน้ำในหูไม่เท่ากัน

   – สาเหตุที่ 2 สรีระไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน

เมื่อท่านั่ง หรือท่ายืนที่ผิดเป็นเวลานานทำให้หลังค่อม ไหล่งุ้ม หัวเอนมาด้านหน้า ทำให้การไหลเวียนเลือดขึ้น และลงทำได้ไม่สะดวก จะเกิดอาการง่วงนอนง่าย มึนเวียนศีรษะบ่อย ปวดเมื่อยหลัง เอว ไหล่ และน้ำหนักของร่างกายจะไปลงที่สะโพกหรือเข่า ทำให้มีอาการปวดสะโพก ปวดเข่า หรือขาโก่งออกได้

การแก้ไขสรีระโดยการดัดร่างกายด้วยตนเอง

ท่าที่ 1 “แขม่วท้อง ถือพาน” ช่วยยืดกล้ามเนื้อแขน และช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าอกยืดออก ทำ 10 ครั้ง ค้างไว้ 20 วินาที

ท่าถือพาน

ท่าที่ 2 “ชูหัตถ์ วาดหลัง” ช่วยยืดกล้ามเนื้อหลัง และกดนวดกล้ามเนื้อหลังส่วนที่มีปัญหาด้วยตนเอง

ชูหัตถ์ วาดหลัง

ท่าที่ 3 “ท่าบิดขี้เกียจ” ช่วยยืดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่เอว หลัง แขน โดยเหยียดไปทางซ้าย ขวา ด้านหน้า และยืดตัวไปด้านเดียวกับแขนค้างไว้ 10 วินาที (4 ลมหายใจ) 5-10 ครั้ง

บิดขี้เกียจ

ท่าที่ 4 “บิดเอว” ช่วยยืดกล้ามเนื้อเอว และ อุ้งเชิงกราน ลดการปวดจุดสลักเพชร ค้างไว้ 10 (4 ลมหายใจ) วินาที 5-10 ครั้ง

ท่าที่ 5 “ยืดตัว 5 นาที” นำหมอนหรือผ้าเช็ดตัวมาม้วนค้ำบริเวณสะโพก (แนวเข็มขัด) ยืดแขนขึ้นประสานมือกัน เท้าห่างจากกันเล็กน้อย (หัวแม่เท้าชนกัน) ท่านี้ช่วยให้ลำไส้เล็ก-ใหญ่ และอวัยวะภายในที่ลงไปกองอยู่บริเวณท้องน้อยถูกดึงกลับขึ้นมา ช่วยลดการกดทับของของอวัยวะภายในช่วงล่างจนเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น

กระเพาะปัสสาวะ – ทำให้ปัสสาวะออกไม่หมด
ปลายลำไส้ใหญ่ – อุจจาระออกไม่หมด เป็นเส้นเล็กๆ
มดลูก – ขับประจำเดือนออกได้ไม่ดี ทำให้เกิดปัญหาเลือดลมของผู้หญิงเช่น มือเท้าเย็น ขี้หนาว ปัสสาวะบ่อย

 

ท่าที่ 6 “ยืดขาไปด้านหลัง” นำหมอนหรือผ้าเช็ดตัวมาม้วนค้ำบริเวณท้องน้อยช่วงล่าง ดึงขาเข้ามาบริเวณก้น หลังจากนั้น เหยียดขาออกไปด้านหลัง ค้างไว้ 10 วินาที (4 ลมหายใจ) ทำทั้งสองข้าง 5-10 ครั้ง/วัน ช่วยสร้างกล้ามเนื้อท้อง หลัง ขา และก้น ยืดหน้าท้อง ลดต้นขาที่บวมน้ำ ทำให้เลือดไปเลี้ยงถึงปลายเท้า กล้ามเนื้อขาจะช่วยพยุงน้ำหนักตัว  ลดอาการปวดเข่าได้

 

สมุนไพรลดอาการจุกเสียด ท้องอืด อาหารไม่ย่อย

ใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนขับลมในกระเพาะอาหาร และลำไส้โดยการทานก่อนอาหารประมาณ 15 – 20 นาที ประมาณครึ่งแก้ว วันละ 2 มื้ออาหาร

ขิง – เพิ่มธาตุไฟในการย่อยอาหาร ช่วยให้น้ำย่อยมาตรงเวลา
ใบกระเพรา ใบโหระพา – ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร และ ลำไส้

วิธีต้มน้ำขิง กระเพรา โหระพา

– ขิงแก่ 2 ขีด กระเพรา 20 ใบ โหระพา 20 ใบ
– น้ำ 1 ลิตร ต้มจนเดือดแล้วใส่สมุนไพร
– ต้ม 15-30 นาที แต่งรสด้วยน้ำผึ้ง

 

สมุนไพรช่วยนอนหลับ ลดความร้อนร่างกาย


สมุนไพรฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนที่ตับ ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น บรรเทาความหงุดหงิด ทาน 1 แก้วช่วงบ่ายหรือช่วงเย็น ห่างจากมื้ออาหาร 1 ชม.

ฟักเขียว – ลดความร้อน บำรุงกำลัง ขับปัสสาวะ
ใบเตย – มีฤทธิ์เย็น บำรุงหัวใจ ป้องกันการแข็งตัวของเลือด

  วิธีต้มน้ำฟักเขียว ใบเตย

– ฟักเขียว 3-5 ขีด ใบเตย 6-7 ใบ
– น้ำ 1,000 ซีซี. (1 ลิตร)
– ต้ม 15 นาที แต่งรสด้วยน้ำตาลอ้อย

สมุนไพรช่วยบำรุงเลือด

ใช้สมุนไพรที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ทานวันละ 1-2 แก้ว เวลาท้องว่าง เหมาะสำหรับผู้ที่มึนศีรษะ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หลับไม่สนิท

แก่นฝาง – บำรุงโลหิต แก้ร้อนใน
พุทราจีนหรือไทย – บำรุงร่างกาย ช่วยนอนหลับ
มะตูมแห้ง – แก้ท้องผูก ลดความอ่อนเพลีย

  วิธีต้มน้ำสมุนไพรบำรุงเลือด ฝาง พุทราจีน มะตูมแห้ง

– ฝาง 0.3 ขีด (30 กรัม) ประมาณ 3 แท่ง
– พุทราไทย (จีน) 0.3 ขีด (30 กรัม), มะตูมแห้ง 3 ชิ้น
– น้ำ  1500 ซีซี. ต้มเดือดแล้วใส่สมุนไพร  15 นาที แต่งรสด้วยน้ำผึ้ง

ตำรับยาแผนโบราณ ช่วยลดอาการออฟฟิศซินโดรม

ธรณีสัณฑะฆาต – ช่วยขับลมในลำไส้ ทานก่อนนอนติดต่อกัน 5-7 วัน 2-3 แคปซูล หลังจากนั้นทานสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น

ยาประสะเจตพังคี – เพิ่มธาตุไฟในการย่อยอาหาร

ยาประสะกระเพรา – ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร

ยาหอมอินทจักร์ – ช่วยขับลมในลำไส้ ลดการแน่นท้องช่วงล่าง

  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
  • ธรรมชาติบำบัด จัดการ โรคคนเมือง ครั้งที่ 2
Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*