Home // การแพทย์ทางเลือก // การนวดบำบัดโรค // นอนหลับไม่สนิท แก้ไขอย่างไรดี?

นอนหลับไม่สนิท แก้ไขอย่างไรดี?

อาการของการนอนหลับไม่สนิท

– นอนหลับยาก

– นอนฝันอย่างต่อเนื่อง โดยมากฝันไม่ค่อยดี ฝันว่ากำลังวิ่ง หรือฝันว่าเดินยาก

– ตื่นนอนด้วยความไม่สดชื่น ลืมตาไม่ค่อยขึ้นทั้งๆ ที่นอนหลายชั่วโมงแล้ว

– หน้าตาอิดโรย บางคนก็หน้าคล้ำ บางคนก็หน้าซีด

– มึนศีรษะง่ายๆ ระหว่างวัน โดยเฉพาะหลังทานอาหาร เวลาใช้สมองมากๆ

สาเหตุ

  1. ออกซิเจนในเลือดเริ่มเหลือน้อยลง
  2. หายใจถี่ หรือหายใจสั้นเกินไป ทำให้ปอดทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
  3. สารจำเป็น (สารจิง) ในไตเหลือน้อยทำให้พลังชีวิต (ชี่) ไม่สามารถหมุนเวียนได้
  4. คิดมากเกินไป ใช้สมองมากเกินไป ทำให้เลือดของเราส่วนใหญ่ไปเลี้ยงที่สมองตลอดทั้งวัน จนมีสารอาหารในเลือดไม่พอสำหรับระบบย่อย และดูดซึมอาหารใหม่ๆ
  5. ทานอาหารเย็นมากเกินไป ทำให้เสียพลังงานในการทำลายอาหาร ช่วงที่เรานอนหลับทำให้การสร้างเลือดใหม่ๆ ทำได้น้อย

วิธีแก้ไข

1. เดินเร็ว แกว่งแขน ออกกำลังกายเบาๆ แต่ต่อเนื่อง ทำวันละ 20-40 นาที เพื่อกระตุ้นการทำงานของปอด และหัวใจเป็นประจำช่วยให้เลือดหมุนเวียนสม่ำเสมอ และมีออกซิเจนเพียงพอ

 

2. ทานสมุนไพรบำรุงไต เช่น กระชายเหลือง กระชายดำ เห็ดหลินจือ โสม ถั่งเช่า ทานธัญพืชหรือถั่วต่างๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ งาดำ แปะก๊วย และเนื้อปลา

3. ลดการใช้สมอง โดยทำกิจกรรมต่างๆ  เช่น ทำงานบ้าน, ทำสวน, วาดภาพ เพื่อฝึกให้จิตใจอยู่กับร่างกายเสมอ เพราะเมื่อจิตใจของเราอยู่กับร่างกายไม่คิดฟุ้งซ่าน เราก็จะใช้เลือดน้อยลง

4. หาหลักยึดเหนี่ยวจิตใจให้คิดไปในทางที่ถูกต้อง เช่น ฟังธรรมะ (ตามความเชื่อแต่ละท่าน) สวดมนต์พร้อมคำแปล ร่วมกับการนั่งสมาธิ เพื่อลดความคิดฟุ้งซ่าน

นวดตามเส้นลมปราณ เพื่อลดอาการนอนหลับไม่สนิท

1. นวดเส้นลมปราณปอด  จะช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด และฝึกการหายใจให้ยาวขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 


การบำรุง และเสริมพลังของปอด

ในทางการแพทย์แผนจีนเชื่อว่า ปอดเป็นอวัยวะที่ไม่ชอบความเย็น และความชื้น ควรบำรุงด้วยการ

– กินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น น้ำขิง งาดำ กระเทียมในช่วงที่มีอากาศเย็น หรือรู้สึกว่าอาการภูมิแพ้กำเริบง่าย

– หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเมือกมันสูง เช่น นม เนย ของหวาน เครื่องดื่มหวานเย็นต่างๆ อาหารทอดมันๆ รวมทั้งการทานอาหารมื้อดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ธาตุไปในร่างกายอ่อนกำลังลง ระบบย่อบอาหารจึงมีประสิทธิภาพลดลงด้วย

– หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอลล์

– หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น หรือชื้นเกินไปเป็นเวลานานๆ

– ไม่กินยาแก้ไข ยาลดน้ำมูก ยาปฏิชีวนะ (ยาที่ลดการทำงานของภูมิคุ้มกัน) โดยไม่จำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้ร่างกายได้ระบายของเสียคั่งค้างออกมาโดยสะดวก

– ฝึกหายใจเข้า-ออก ให้ลึกและยาวสม่ำเสมอ เป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้ปอด

– ออกกำลังกาย บริหารร่างกายสม่ำเสมอ

2. นวดกระตุ้นจุดไต และเส้นลมปราณไต เพื่อให้ทำงานดีขึ้น ช่วยจัดการของเสียในเลือด ร่วมกับการทานน้ำเปล่าให้มากขึ้น ลดกาแฟ น้ำอัดลม นมวัว

 

การดูแลสุขภาพไตให้แข็งแรง

– ดื่มน้ำเปล่า (ไม่เย็น) ให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะการดื่มน้ำเปล่านั้น จะช่วยเอื้ออำนวยต่อหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด และขับของเสียออกทางปัสสาวะ ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่หลักของไต

– ทานอาหารปรุงสดใหม่ ควรลดการทานอาหารจังค์ฟู้ดส์ อาหารสำเร็จรูป อาหารหรือขนมที่อุดมด้วยแป้งขัดขาวและน้ำตาล รวมถึงอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป

– ลดการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

– ลดการทานยา วิตามิน หรืออาหารเสริมเกินความจำเป็น เพราะสารเคมีที่ตกค้างในร่างกายนั้นจะทำให้ตับและไตทำงานหนักขึ้น

– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เนื่องจากไตนั้นทำงานร่วมกับปอด ในการขับคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างในเลือด และเก็บสะสมออกซิเจนที่ได้รับจากปอดไว้เป็นแหล่งพลังงาน ดังนั้นการออกกำลังกายในที่ที่มีอาศบริสุทธิ์จึงเอื้ออำนวยต่อการทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี

– รักษาความอบอุ่นให้ไต ไตจะทำงานได้ดีในอุณหภูมิที่อบอุ่นพอเหมาะ หากอยู่ในที่อากาศเย็นเช่นห้องแอร์เป็นประจำ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นพียงพอ หรือทานสมุนไพรบำรุงไตบ้าง เช่น  กระชายดำ กระชายเหลือง ถั่วดำ โสม ขิง เป็นต้น

Print Friendly, PDF & Email

One comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*