Home // การแพทย์ทางเลือก // สมุนไพรบำบัดโรค // เกสรทั้ง5 ดอกไม้บำรุงหัวใจ

เกสรทั้ง5 ดอกไม้บำรุงหัวใจ

เกสรทั้ง 5 เป็นพิกัดเบญจ (ตัวยา 5 อย่าง) ในเครื่องยาสมุนไพรไทย ซึ่งประกอบด้วย ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี และเกสรดอกบัวหลวง  แพทย์แผนไทยนำดอกไม้ทั้ง 5 ชนิดมารวมจัดไว้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกันและเรียกเป็นชื่อรวมว่าพิกัดเกสรทั้ง 5 เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยารักษาโรค โดยมักใช้เป็นตัวใน ยาพื้นฐานในตำรับยาหอม ได้แก่

 

       ยาหอมเทพจิตร แก้ลม บำรุงหัวใจ

       ยาหอมทิพโอสถ แก้ลมวิงเวียน

       ยาหอมนวโกฐ แก้ลมคลื่นเหียน แก้อาเจียน แก้ลมปลายไข้

 

ในดอกไม้หนึ่งดอกมีน้ำมันหอมระเหยอยู่มากมายหลายสิบตัว ซึ่งพืชสร้างขึ้น และเก็บสะสมไว้ในผนังเซลล์ตามส่วนต่างๆ เช่น กลีบดอก ผล เมล็ด เปลือกไม้ เป็นต้น เพื่อไว้ใช้ไล่แมลงและล่อแมลง องค์ประกอบทางเคมีที่มีอยู่มากมายในน้ำมันหอมระเหยนี้ยังมีคุณสมบัติในการรักษาอาการต่างๆ ทางร่างกาย และช่วยบำบัดรักษาจิตใจ และอารมณ์อีกด้วย

เราสามารถได้รับน้ำมันหอมระเหยทั้งจากการสูดดม การรับประทาน และการทาที่ผิวหนัง ไอระเหยจากน้ำมันหอมระเหย เมื่อผ่านเข้าไปทางจมูก ด้านในโพรงจมูกของเราจะมีเซลล์รับกลิ่นอยู่เป็นล้านๆ เซลล์ เซลล์รับกลิ่นจะส่งสัญญาณไปยังสมองที่ทำหน้าที่รับรู้กลิ่น และสมองจะส่งสารเคมีออกมาซึ่งเป็นสารเคมีที่มีผลต่ออารมณ์และจิตใจ เช่น เอนดอร์ฟิน ช่วยลดความเครียด ทำให้ผ่อนคลาย ลดอาการปวด, เซโรโทนิน ช่วยในการนอนหลับ, เอนเซฟฟาริน ช่วยให้อารมณ์ดี เป็นต้น  และน้ำมันหอมระเหยบางส่วนจะถูกส่งไปที่ปอดและส่งเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด ไปยังกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และอวัยวะต่างๆ

หากเรารับประทานสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย น้ำมันหอมระเหยจะผ่านไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และส่งไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย สารเคมีที่อยู่ในน้ำมันหอมระเหยจะออกฤทธิ์ตามคุณสมบัติของสารนั้นๆ  เช่น ย่อยอาหาร แก้ปวด แก้อักเสบ ปรับสมดุลความดันเลือด

 

องค์ประกอบทางเคมีในน้ำมันหอมระเหยที่พบในเกสรทั้ง 5 แบ่งเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

 

กลุ่มไฮโดรคาร์บอน หรือกลุ่มเทอร์พีน มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด ลดอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้สงบ ลดความดันโลหิต ขับเสมหะ ปรับสมดุลฮอร์โมน

กลุ่มแอลกอฮอล์ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อ ให้ความอบอุ่น

กลุ่มฟีนอล ช่วยกระตุ้นระบบประสาท รักษาอาการซึมเศร้า

กลุ่มอัลดีไฮด์ ช่วยระงับประสาท ทำให้สงบ ต้านการอักเสบ

กลุ่มคีโตน ช่วยย่อย ขับเสมหะ ทำให้สงบ บรรเทาอาการปวด

กลุ่มเอสเทอร์ ต้านการอักเสบ ระงับประสาท ทำให้สงบ รักษากล้ามเนื้อกระตุก

 

เกสรทั้ง 5 นี้มีน้ำมันหอมระเหยเป็นสารออกฤทธิ์หลักในการบำบัดรักษาซึ่ง ดอกไม้แต่ละตัวก็มีองค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยที่แตกต่างกันไป

ภาพจาก samunpri.com

ดอกมะลิ รสหอมเย็น แก้ร้อนใน กระหายน้ำ บำรุงหัวใจ ในน้ำมันหอมระเหยมีสารสำคัญ คือ jasmine, linalool

ดอกพิกุล รสหอมสุขุม เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้เจ็บคอ แก้ร้อนใน ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ในน้ำมันหอมระเหยมีสารสำคัญ เช่น  2- phenylethanol, methyl benzoate, (E)-cinnamyl alcohol

 ดอกบุนนาค รสขมเล็กน้อย กลิ่นหอมเย็น บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต แก้ลมกองละเอียด ซึ่งทำให้มีอาการหน้ามืด วิงเวียน ใจสั่น อ่อนเพลีย ในน้ำมันหอมระเหยมีสารสำคัญ คือ mesuol, mesuone มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบ

ดอกสารภี
รสขม หอมเย็น บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง ช่วยเจริญอาหาร มีสาร coumarin มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด และสารสำคัญในน้ำมันหอมระเหย เช่น 6-butyryl-5, ß-sitosterol, stigmasterol, campesterol ,C-glucosyl flavone

เกสรดอกบัวหลวง รสฝาดหอม บำรุงหัวใจ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ พบสารสำคัญที่ชื่อ nelumbine และ lotusine

การชงยาหอมให้ได้ผลการรักษาที่ดีจึงควรชงละลายกับน้ำอุ่น และรับประทานขณะที่ยังอุ่นอยู่ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่ระเหยขึ้นมาเมื่อได้รับความร้อน ซึ่งมีผลช่วยให้ระบบประสาท ผ่อนคลาย กล้ามเนื้อคลายตัวจากภาวะเครียด ช่วยทำให้จิตใจสงบ เป็นการบำบัดโดยใช้กลิ่นเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของยาให้ได้ผลมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าดอกไม้ไม่เพียงแต่ให้ความสวยงาม ยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคอีกด้วย นอกจากพิกัดยาเกสรทั้ง 5 แล้ว ยังมีพิกัดเกสรทั้ง 7 (เพิ่ม จำปา กระดังงา เข้ามา) พิกัดเกสรทั้ง 9 (เพิ่ม จำปา กระดังงา ลำเจียก ลำดวน เข้ามา) ซึ่งมักนิยมใช้ในตำรับยาบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิตเช่นเดียวกัน

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*