Home // การแพทย์ทางเลือก // สมุนไพรบำบัดโรค // หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ (Mulberry) เบอร์รี่ไทยสารพัดประโยชน์

หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ (Mulberry) เบอร์รี่ไทยสารพัดประโยชน์

หม่อน หรือมัลเบอร์รี่ ผลไม้ไทยตระกูลเบอร์รี่ เมื่อผลสุกจะมีสีแดงจนถึงม่วงเข้ม มีรสหวานอมเปรี้ยว นิยมนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ แยม ไวน์ ส่วนใบก็นำมาทำเป็นชา หรือนำไปปรุงอาหาร เช่น แกงไก่ใส่ใบหม่อน ใส่ในต้มยำ เป็นต้น  และยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคต่างๆ อีก ดังนี้

ใบหม่อน
ใบ

ใบหม่อนมีรสจืดเย็น มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายตัว ได้แก่ เควอซิติน (quercetin)  แคมเฟอรอล (kaempferol) และ รูติน (rutin) และยังมีแคลเซียมสูง รวมถึงกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด

 

ใบหม่อน  ลดระดับน้ำตาลในเลือด

มีสาร ดีเอ็นเจ deoxnojirimycin ทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ แอลฟา กลูโคซิเดส ( Alpha-glucosidase ) ซึ่งเอ็นไซม์ตัวนี้ทำหน้าย่อยน้ำตาลโมเลกุลคู่จากอาหารที่เรากินเข้าไปให้กลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เพื่อให้ง่ายต่อการดูดซึมและการนำไปใช้ หากมีสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอ็นไซม์ตัวนี้ก็เท่ากับว่าทำให้มีน้ำตาลในกระแสเลือดน้อยลง

ใบหม่อน  ลดความดันโลหิต

สารกาบา (GABA-gamma aminobutyric acid) เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย  ลดความเครียด เมื่อร่างกายเกิดความเครียดจะหลังฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติซอล และอะดรีนาลีน ซึ่งทำให้ความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นเร็ว ซึ่งสาร GABA เป็นสารสื่อประสาทประเภทยับยั้งการถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า เช่น ภาวะเครียด ทำให้ลดความวิตกกังวล ช่วยให้สมองผ่อนคลาย

ใบหม่อน  ลดการดูดซึมคลอเลสเทอรอล

สารไฟโทสเตอรอล (Phytosterol) ช่วยลดระดับคลอเลสเทอรอล โดยไฟโตสเตอรอลมีโครงสร้างคล้ายกับคลอเลสเทอรอล ร่างกายจึงดูดซึมสารไฟโทสเตอรอลแทนการดูดซึมคลอเลสเทอรอล และคลอเลสเตอรอลจะถูกขับออกตามกระบวนการกำจัดของเสียของร่างกาย

หม่อน

ผล

ผลหม่อนเมื่อสุกจะมีสีม่วงดำ ซึ่งมีสาร แอนโทไซยานิน ที่พบในพืชผักผลไม้สีม่วงและสีน้ำเงิน เช่นองุ่นแดง ลูกพรุน หอมแดง อัญชัน กระหล่ำปลีม่วง เป็นต้น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้เซลล์บุผนังหลอดเลือดมีความอ่อนตัว จึงชะลอการเกิดโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด

 

 

 

ผลหม่อนกับไขมันในเส้นเลือด

มีงานวิจัยเกี่ยวกับการออกฤทธิ์ยับยั้งภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง โดยพบว่าสารสกัดจากผลหม่อนช่วยลดการหนาของผนังหลอดเลือดซึ่งเป็นที่มาของการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง โดยเพิ่มการออกฤทธิ์ในการทำลายเซลล์ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งเซลล์ไขมัน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกจากร่างกายโดยกระบวนการขับของเสียของร่างกาย จึงช่วยลดการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งไขมันที่สะสมมากที่ผนังหลอดเลือด ก็คือ คลอเลสเทอรอลนั่นเอง ในร่างกายเราสามารถสังเคราะห์คลอเลสเทอรอลได้อยู่แล้ว และได้จากการรับประทานอาหาร แต่ถ้ารับประทานอาหารประเภทที่มีคลอเลสเทอรอลสูง เช่น อาหารทะเล ไข่แดง เครื่องในสัตว์ในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย (300 มิลลิกรัมต่อวัน) ทำให้มีคลอเลสเทอรอลพอกติดตามผนังหลอดเลือด ทำให้เส้นเลือดอุดตัน

นอกจากนี้ในผลหม่อนยังมีวิตามินสูง ทั้งวิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา วิตามินซีช่วยป้องกันโรคหวัด ภูมิแพ้ เลือดออกตามไรฟัน วิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด ลดการเกิดสิว

รากหม่อน

ราก

ในรากหม่อนเองก็มีสารออกฤทธิ์สำคัญ โดยนำมาใช้ในครีมบำรุงผิวประเภทที่ทำให้ผิวขาวโดยสาร DNJที่พบในใบด้วยเช่นกัน ออกทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งเกี่ยวข้องในขบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิวหนังนั่นเอง

การใช่หม่อนในตำรับยาพื้นบ้าน

ตามตำรายาไทย นำมาใช้รักษาโรคต่างๆ ดังนี้

– ยาถ่าย และยาขับพยาธิ นำเปลือกลำต้นมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน

– ขับเหงื่อ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้เจ็บคอ แก้ไอ ระงับประสาท นำใบมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน

– แก้ตาแดง ล้างตา แก้ตาอักเสบ นำใบมาต้มกับน้ำนำน้ำมาล้างตา

– รักษาโรคทางเดินหายใจ แก้โรคความดันโลหิตสูง นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน

– บรรเทาอาการกระหายน้ำ แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ทำให้ชุ่มคอ ดับร้อน ช่วยย่อย ขับปัสสาวะ นำผลมารับประทานสดๆ หรือคั้นเป็นน้ำ ไว้ดื่มรับประทาน

       เห็นได้ว่าผลไม้ของไทยเองก็มีประโยชน์ไม่แพ้ผลไม้จากต่างประเทศ เช่น บลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ แถมรสชาติยังอร่อยไม่แพ้กัน แต่ราคาต่างกันอย่างเหลือเชื่อ รู้อย่างนี้แล้วต้องหามาลองทานกัน  เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนที่ไม่ได้มีไว้เพื่อเลี้ยงตัวไหมอย่างเดียว ยังนำมาแปรรูปเป็นยารักษาโรค และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้รับประทานอีกมากมาย

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*