Home // อาหารเป็นยา // ข้าวกล้อง-ข้าวฮาง ต้านชรา รักษาโรค

ข้าวกล้อง-ข้าวฮาง ต้านชรา รักษาโรค

อาหารหลักของคนไทย ยังไงก็หนีไม่พ้นข้าว เรากินข้าวกันแทบทุกมื้อ แต่เราลืมตระหนักถึงความสำคัญของข้าวที่เรากินกันหรือไม่ ด้วยความอร่อย เราจึงมักนิยมกินข้าวขัดขาวเม็ดอวบๆนุ่มลิ้น มากกว่าข้าวสีออกแดงตุ่นๆ ซึ่งกระด้างลิ้นมากกว่าอย่างข้าวกล้อง หรือข้าวฮาง แต่อาหารนั้นคือชีวิต อาหารที่ดีจะถูกนำไปใช้สร้างเลือดที่มีคุณภาพเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้มีสุขภาพที่ดี ดังนั้น ตั้งแต่มื้อนี้เป็นต้นไป ยังไม่สายที่เราจะหันมากินข้าวกล้อง ข้าวฮางเพื่อสร้างเลือดที่มีคุณภาพ เพราะอะไร?…เรามีเหตุผลดีๆ มาบอก

ข้าวฮาง คืออะไร ทำไมเราจึงควรกิน?

“ข้าวฮาง” คือ ข้าวสารที่ถูกนำมาผ่านกรรมวิธีทางธรรมชาติ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เก็บรักษาไว้กินได้นานกว่าปกติ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวไทยอีสานเผ่าภูไท ซึ่งอพยพมาจากแคว้นสิบสองจุดไทย  มาตั้งบ้านเรือนอยู่แถบอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนครที่ทำสืบต่อกันมากว่าร้อยปีแล้ว

เนื่องจากการทำนาในสมัยก่อนได้ผลผลิตน้อย ชาวนาต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วมและฝน จึงต้องคิดค้นวิธีการเก็บรักษาข้าวสารที่ได้มา ให้เก็บไว้กินได้นานที่สุด ไม่ให้เกิดความเสียหายจากเชื้อรา จนเกิดเป็นกรรมวิธีการผลิตข้าวฮางขึ้น

กรรมวิธีในการผลิตข้าวฮาง ทำได้โดย

– เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกจากรวงข้าวในระยะ “พลับพลึง” คือ ข้าวที่เกือบสุกเต็มที่ (ถ้าเปรียบเป็นมะม่วง ก็น่าจะอยู่ในระยะที่เนื้อเริ่มเหลือง กดดูแล้วเนื้อนิ่ม)

– จากนั้นก็เอาข้าวระยะพลับพลึง (ทั้งรวง) มาบ่มในกระสอบไว้ 1–2 วัน เพื่อให้เมล็ดข้าวหลุดจากรวง ได้เป็นเมล็ดข้าวเปลือก

– จากนั้นก็นำข้าวเปลือกไปแช่น้ำอีก 12 ชั่วโมง แล้วนำไปนึ่งให้สุกเพื่อกำจัดไข่ของตัวมอด

– นำไปตากแดดจนเมล็ดข้าวแห้ง เมื่อเมล็ดข้าวแห้งแล้วก็เอามาตำในครกกระเดื่อง เพื่อเอาเปลือกออก ให้เหลือแต่เมล็ดข้าว (ที่ยังติดเปลือกอ่อนๆ ด้านใน)

– นำเมล็ดข้าวสารไปผึ่งลมให้แห้งอีกทีหนึ่ง ให้เพื่อให้เก็บไว้ได้นาน

และในขั้นตอนการนำข้าวเปลือกมาแช่น้ำ จะเกิดการกระตุ้นให้เมล็ดข้าวงอก เตรียมแตกเป็นต้นอ่อนจากส่วนของ “คัพภะข้าว” (จมูกข้าว)  ทำให้เกิดเป็นผลพลอยได้อันมากคุณค่านอกเหนือจากจุดประสงค์ในการเก็บรักษา ก็คือ “คุณค่าทางสารอาหาร” โดยเฉพาะสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายชนิดหนึ่งเรียกว่า “GABA” (Gamma Amino Butyric Acid) ขึ้น

กาบา (Gamma Amino Butyric Acid) คืออะไร

 

“แกมมาอะมิโนบิวไทริกแอซิด” หรือ ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “กาบา” เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่อยู่ในระบบประสาทส่วนกลางของมนุษย์ทุกคนโดยธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทในสมอง คอยรักษาสมดุลในสมองเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าต่างๆ  ช่วยให้สมองเกิดการผ่อนคลาย ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตโกรทฮอร์โมน (growthhormone) ฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

ถ้าร่างกายมีกาบาเพียงพอ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้สนิท  ช่วยลดความเครียดหรือความวิตกกังวล พัฒนาการด้านร่างกายและสมองเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น “กาบา” ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมระบบความจำ ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้แข็งแรง กระชับ ไม่หย่อนคล้อยอีกด้วย

 

นอกจาก Gamma Amino Butyric Acid หรือ กาบา แล้ว ในข้าวฮางยังมีดีอีกหลายอย่าง เช่น

  • มีโปรตีนที่ดี (ปราศจากกลูเตนที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้) มีประโยชน์อย่างยิ่งในการซ่อมแซม และฟื้นฟูเซลล์และเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่แพ้กลูเตน
  • มีเส้นใยอาหารสูงกว่าข้าวขัดขาว 15-20 เท่า ช่วยให้ร่างกายมีเวลาในการย่อย และดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น น้ำตาลถูกป้อนเข้ากระแสเลือดอย่างต่อเนื่องช้าๆ แต่สม่ำเสมอ
  • มีไขมันชนิดดีที่สำคัญต่อร่างกายหลายชนิด เช่น ออริซานอล โอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ไตรโคไตรอีนอล โทโคไตรอีนอล (วิตามินอี) ที่ช่วยชะลอความเสื่อมต่างๆ ในร่างกาย
  • มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญค่อนข้างครบถ้วน เช่นวิตามินบี 1, 6, 12 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา โรคปลายประสาทอักเสบ
    วิตามินบี 2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก แผลในช่องปาก สายตาพร่า
    วิตามินบี 3 ช่วยสังเคราะห์พลังงานให้กล้ามเนื้อและตับ ช่วยกระตุ้นการเพิ่มคอลลาเจนในผิวหนัง ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิวที่ทำให้ผิวคล้ำ มีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิต และคอเลสเตอรอล
    วิตามินบี 9 (กรดโฟลิก) เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง และการสร้างเซลล์

ที่สำคัญ ข้าวฮาง ยังมีธาตุเหล็กมากกว่าข้าวขัดขาวถึง 2 เท่า ธาตุเหล็กเป็นธาตุอาหารที่สำคัญและร่างกายมีความต้องการมากที่สุดอย่างหนึ่ง เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทาน มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์สมองและกล้ามเนื้อ เป็นต้น

เมื่อขาดธาตุเหล็ก จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ร่างกายโหยหาพลังงานอยู่ตลอดเวลา ป่วยง่าย ติดเชื้อง่าย ผมร่วง เป็นต้น 

ที่กล่าวมาเพียงเท่านี้ ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เข้าใจได้ว่า เพราะเหตุใด เราจึงเห็นเด็กรุ่นใหม่ๆ ในยุคปัจจุบัน ยุคที่ทุกบ้านนิยมกินข้าวขัดขาวและแป้งจากอาหารฟาสฟู้ดส์  ตัวเล็กลงเรื่อยๆ ติดของหวาน  มีภาวะอ้วนแต่ขาดสารอาหาร เนื้อเหลว ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร แถมยังมีระดับไอคิวลดน้อยถอยลงอย่างน่าเป็นห่วง

ก็เพราะสารอาหารต่างๆ ที่มีอยู่มากในส่วนของจมูกข้าว จะหลุดออกไปในระหว่างกระบวนการขัดสีข้าวให้มีเมล็ดขาวนวลน่ากิน และติดไปกับส่วนของรำละเอียด ที่ถูกนำไปเป็นอาหารสัตว์เสียแล้ว ส่วนของเมล็ดข้าวขาวจั๊วะที่เรากินกันอยู่ทุกมื้อ จึงเหลือแต่แป้งและสารอาหารอีกไม่มาก

ตอนนี้ยังไม่สายจนเกินไป ที่เราจะหันมากินข้าวที่ดีมีประโยชน์อย่างข้าวกล้องหรือข้าวฮาง  หันมากินอาหารให้เป็นยา ในอนาคตจะได้ไม่ต้องกินยาแทนอาหารอย่างที่คนส่วนใหญ่กำลังทำกันอยู่ทุกวันนี้  เพราะ..

“หมอที่ดีที่สุดคือตัวคุณเอง

และยาที่ดีที่สุด อยู่ในครัวของคุณ”

 

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*