Home // การแพทย์ทางเลือก // การนวดบำบัดโรค // ปัญหาระบบขับถ่าย ไม่ได้มีแค่ริดสีดวงนะ

ปัญหาระบบขับถ่าย ไม่ได้มีแค่ริดสีดวงนะ

ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเป็นประจำคงทราบกันดีว่า หากปล่อยไว้นานๆ ไม่พ้นอาการริดสีดวงทวารถามหาแน่นอน แต่เดี๋ยวก่อน ท่านเชื่อหรือไม่ว่าที่จริงแล้ว ไม่ใช่แค่ริดสีดวงทวารเท่านั้น ที่เป็นผลมาจากการที่ท้องผูก แต่อาการท้องผูก ยังเป็นจุดเริ่มต้นของสารพัดโรค เช่น ปวดไหล่ ไหล่ติด ปวดแขน มึนศรีษะ มือ-เท้าชา ง่วงนอนบ่อย อ่อนเพลียง่าย หน้าตาผิวพรรณไม่สดใส และอื่นๆอีก 108

ที่บรรยายมาทั้งหมด รับรองว่าเราไม่ได้กล่าวเกินจริงแม้แต่น้อย ก็ลำไส้ใหญ่ของคนเรานั้นมีหน้าที่หนึ่งที่สำคัญก็คือ ดูดซึมน้ำ วิตามิน และเกลือแร่ที่คงเหลืออยู่ในกากอาหารเข้าสู่ร่างกายเพื่อนำกลับมาใช้

เมื่อเราไม่สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ อาหารที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ไม่สามารถระบายออกได้จนเกิดการบูดเน่า แน่นอนว่าน้ำที่ลำไส้ใหญ่ของเราดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายก็ต้องเป็นน้ำเสียเช่นกัน

น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมาก เซลล์ทุกเซลล์ของเราประกอบด้วยน้ำมากกว่าครึ่ง เลือดซึ่งทำหน้าที่ไหลเวียนพาสารอาหารไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายประกอบด้วยน้ำกว่า 90% เมื่อในเม็ดเลือดเต็มไปด้วยน้ำเสียของเสีย เซลล์ต่างๆ ก็อุ้มน้ำเสียเอาไว้เต็มไปหมด แล้วอย่างนี้สุขภาพของเราจะไม่เสียได้อย่างไร


สาเหตุของอาการท้องผูก ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการกินอยู่ที่ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ เช่น

– เลือกทานอาหาร ไม่ชอบทานผัก ธัญพืช ชอบทานเนื้อสัตว์ ทานอาหารทอด อาหารมัน ย่อยยาก ทำให้เกิดเมือกมันในลำไส้มาก จุลินทรีย์ที่ดีไม่สามารถอาศัยอยู่บนผนังลำไส้ได้ อีกทั้งเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากยังเน่าเสียได้ง่าย เมื่อระบายออกไม่ได้ก็พากันเน่าเสีย นอกจากจะทำให้เกิดลมพิษ แก๊สพิษ ไปปิดกั้นเส้นลมปราณต่างทำทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก ก่อให้เกิดอาการปวดตึงไปทั่วทั้งตัวแล้ว ก็ยังพากันคั่งค้างอยู่ในลำไส้ ให้ลำไส้ดูดของเสียกลับไปเลี้ยงร่างกายอยู่ร่ำไป

– ดื่มน้ำเปล่าน้อย บางคนไม่ดื่มน้ำเปล่าเลยทั้งวัน ชอบดื่มเครื่องดื่มหวานเย็น โดยเฉพาะในระหว่างมื้ออาหาร ทำให้การย่อยขาดประสิทธิภาพ ย่อยได้ไม่ดี เหลือขยะอาหารตกค้างมากตามไปด้วย

– การใช้ยาต้านจุลชีพ และ ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นการทำลายจุลินทรีย์เพื่อสุขภาพในลำไส้โดยตรง เป็นต้น

 

เมื่อเกิดอาการอย่างที่ว่ามา เราก็ต้องหาวิธีแก้ไขเพื่อให้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติ ซึ่งในทางธรรมชาติบำบัด เราสามารถทำได้โดย

– ทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ทานเกินความต้องการของร่างกาย พยายามทานผักและธัญพืชไม่ขัดสีเพิ่มขึ้น เสริมโพรไบโอติกส์ (จุลินทรีย์เพื่อสุขภาพ) ให้ร่างกาย ด้วยของหมักดองที่ถูกสุขลักษณะ เช่น ข้าวหมาก ผักดอง กิมจิ แหนม หรือ น้ำหมักชีวภาพ  เป็นต้น

– ปรับปรุงระบบย่อยให้มีประสิทธิภาพ ไม่ดื่มน้ำมากหรือทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็นจนเกินไปในมื้ออาหาร ทานอาหารที่มีรสเผ็ดร้อนบ้างเพื่อเพิ่มความอุ่นให้กระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น กระเพาะอาหารนั้นไม่ชอบความเย็น หากกระเพาะอาหารของเราเย็นมากไปจะทำให้การย่อยอาหารทำได้ลำบาก ภาษาการแพทย์แผนไทยเรียกว่า ธาตุไฟในกระเพาะอาหารหย่อน นอกจากการเพิ่มธาตุไฟให้กระเพาะอาหาร ทำงานได้ดีขึ้นแล้ว เรายังควรลดการทานอาหารทอด อาหารมัน เนื้อสัตว์ที่ย่อยยากลงด้วย

– ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ โดยเฉลี่ยประมาณ 8-10 แก้ว / วัน เพื่อให้อุจจาระเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น ลดการเสียดสีของอุจจาระในลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ การดื่มน้ำเปล่าที่ไม่เย็นอย่างเพียงพอ ยังทำให้การไหลเวียนเลือดดี สามารถนำสารอาหารที่ดีไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ทั่วถึง ช่วยให้การระบายของเสียออกจากเซลล์ไปกำจัดทิ้งเป็นไปโดยสะดวก ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารที่ดีมากขึ้น เซลล์ต่างๆในร่างกายก็จะสะอาดและแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย

เมื่อเข้าใจถึงการปรับพฤติกรรมเพื่อให้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติแล้ว การแก้ไขอาการเฉพาะหน้าที่เกิดจากระบบขับถ่ายไม่ปกติ เราก็สามารถทำได้โดย

 

การใช้ยาสมุนไพร

  • เพื่อเร่งระบายอุจจาระตกค้าง ขับเมือกมันในลำไส้ เพื่อให้ลำไส้สะอาดขึ้น ของเสียตกค้างในร่างกายลดน้อยลง ยาสมุนไพรตำรับที่เราแนะนำให้ทานได้และมีความปลอดภัยได้แก่ ยาธรณีสัณฑะฆาต (สามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายยาแผนโบราณทั่วไป)
  • เพี่อปรับปรุงระบบย่อยให้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยขับลม ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกแน่นหลังทานอาหาร ยาสมุนไพรตำรับที่เราแนะนำให้ทานได้และมีความปลอดภัยได้แก่ ยาประสะเจตพังคี (สามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายยาแผนโบราณทั่วไป) หรือสมุนไพรเดี่ยวที่แนะนำได้แก่ ขิง ขมิ้นชัน พริกไทย เป็นต้น

 

เร่งเติมจุลินทรีย์ที่ดีให้ลำไส้

ด้วยการทานอาหารหมักดองที่ถูกสุขลักษณะในมื้ออาหารเป็นประจำ เช่น ผักดอง กิมจิ ข้าวหมาก แหนม น้ำหมักชีวภาพ หรือหากไม่สะดวกในการหาซื้อ หาทาน ปัจจุบันนี้ก็มีจุลินทรีย์ในรูปแบบแคปซูลออกมาวางจำหน่ายกันแล้ว

การนวดกระตุ้นตามแนวเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่

ในทางการแพทย์แผนจีน เมื่อเกิดความผิดปกติในระบบขับถ่าย ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนผ่านเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่  ทำให้อาการปวดไหล่ ไหล่ติด ยกแขนลำบาก เนื่องจากเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่นั้นมีทางเดินเริ่มต้นที่บริเวณด้านข้างของนิ้วชี้ ไล่ไปจนถึงบริเวณหัวไหล่ ก่อนแยกแขนงออกเป็น 2 เส้นทางเดินลมปราณ สิ้นสุดที่บริเวณใต้จมูกและลำไส้ใหญ่ ดังนั้น นอกจากการปรับพฤติกรรมเพื่อแก้ไขอาการอย่างยั่งยืนแล้ว การนวดกดจุดเพื่อกระตุ้นตามแนวเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่จึงเป็นการช่วยกระตุ้นให้ลมปราณไหลเวียนสะดวกขึ้น เป็นอาการแก้ไขอาการเฉพาะหน้า สามารถช่วยลดอาการปวดไหล่ ไหล่ติด ยกแขนลำบากได้ผลดี เราสามารถนวดกดจุดกระตุ้นเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ได้เองทุกๆ วัน

 

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*