Home // การแพทย์ทางเลือก // การนวดบำบัดโรค // อาการเส้นลมปราณกระเพาะอาหารติดขัดกับการนวดตามแนวเส้นลมปราณ

อาการเส้นลมปราณกระเพาะอาหารติดขัดกับการนวดตามแนวเส้นลมปราณ

ใครที่มีอาการปวดไมเกรน ไหล่ติด ยกแขนไม่ขึ้น บางครั้งปวดร้าวลงมาตามแนวหัวเข่าด้านหน้าแนวหน้าแข้ง ปวดตึงข้อเท้า กระดกเท้าลำบากเป็นอาการประจำตัว หลายท่านอาจจะคิดว่า เป็นอาการออฟฟิศซินโดรม ถ้าต้องนั่งทำงานอยู่กับที่วันละ 8 ชั่วโมง แถมขับรถอยู่บนถนนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงสัปดาห์ละ 5 วันแบบนี้  ทำอย่างไรก็คงจะรักษาให้หายขาดได้ยาก

อันที่จริงแล้ว ก็ถูกต้องที่อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุข้างต้น แต่ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว เชื่อหรือไม่ว่า อาจเกิดมาจากการที่ระบบย่อยทำงานได้ไม่ดี

 

ในทางการแพทย์แผนจีนมองว่า คนที่มีอาการปวดขมับ (ปวดไมเกรน) ไหล่ติด ยกแขนไม่ขึ้น  ปวดร้าวลงมาตามแนวหน้าแข้ง กระดกเท้าแล้วเจ็บ-ขัดบริเวณข้อเท้าด้านหน้า (ถ้าใครขับรถเองประจำ ก็สังเกตได้จากเวลาเหยียบคันเร่งจะรู้สึกตึง ขัดข้อเท้า) นั่นแสดงว่า ระบบย่อยมีปัญหาและกำลังส่งสัญญาณแจ้งให้เราผู้เป็นเจ้าของร่างกายทราบ ผ่านอาการติดขัดตามแนวเส้นลมปราณกระเพาะอาหารเข้าให้แล้ว

เส้นลมปราณกระเพาะอาหาร เป็นเส้นลมปราณที่พาดผ่านบริเวณขมับ ปาก ไหปลาร้า หน้าอกไปยังกระเพาะอาหาร แนวต้นขา หัวเข่าด้านหน้า และผ่านแนวหน้าแข้งจนสิ้นสุดที่ฝ่าเท้าด้านหน้าตรงส่วนปลายของนิ้วชี้เท้า ดังนั้น ใครที่มีอาการปวดขมับบ่อยๆ ปวดตึงไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น ปวดเข่าด้านหน้า ยกขาขึ้นบันไดได้ลำบาก บางท่านก็ต้องลากขาเวลาเดิน เจ็บตามแนวหน้าแข้ง กระดกเท้าไม่ค่อยได้ แสดงว่าร่างกายกำลังเตือนเราให้ดูแลกระเพาะอาหารให้ดี โดยส่งสัญญาณผ่านเส้นลมปราณกระเพาะอาหารที่พาดผ่านเข่าด้านหน้านั่นเอง

สาเหตุ

เกิดจากระบบย่อยทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะพฤติกรรมในการทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่ทานอาหารเช้า ทานอาหารไม่ตรงเวลาเป็นประจำ เคี้ยวอาหารน้อยเกินไป

วิธีแก้ไข

ถ้าต้องการแก้ไขอาการติดขัดของเส้นลมปราณอย่างอาการปวดเข่าด้านหน้า ยกขาขึ้นลำบาก ข้อเท้าขัด คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า “การนวด” เป็นวิธีที่เห็นผลได้ไว แต่หากเราเอาแต่นวดเมื่อมีอาการ ยังไม่ยอมปรับพฤติกรรมให้ถูกต้อง ก็ต้องพึ่งหมอนวดกันไปตลอด ดังนั้น ถ้าหากอยากจะหายจากอาการปวดเข่าด้านหน้าอย่างยั่งยืน หลักสำคัญในการแก้ไข เราจึงต้องมุ่งเน้นในการปรับปรุง ฟื้นฟู ระบบย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพ

การปรับพฤติกรรม

  • ทานอาหารให้ตรงเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มื้อเช้า ตามหลักนาฬิกาชีวิต ควรรับประทานมื้อเช้าในเวลา 7-9 โมงเช้า เพราะในช่วงเวลานี้ระบบย่อยอาหารจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เคี้ยวอาหารช้าๆและเคี้ยวอาหารให้ละเอียด นอกจากจะทำให้ย่อยง่ายแล้ว ขณะที่เราเคี้ยวอาหาร กระเพาะอาหารจะหลั่งเอนไซม์ช่วยย่อยออกมาด้วย เมื่อเราเคี้ยวอาหารก็เหมือนการกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารไปด้วย
  • ลดการทานอาหารที่ย่อยยากเกินไป เช่น ทานเนื้อสัตว์ปริมาณมาก หรือ ธัญพืชเนื้อแข็ง เช่น ถั่วลิสง, อัลมอนต์, แมคคาเดเมีย

อาหาร – ยาสมุนไพรที่ช่วยบำรุงธาตุในกระเพาะอาหาร

เพิ่มธาตุไฟให้กระเพาะอาหารด้วยพืชผักสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนและเสริมธาตุดินด้วย  เช่น ขิง ขมิ้นชัน ข่า กระชาย หรือใช้ยาสมุนไพรตำรับที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร ขับลมในกระเพาะอาหาร เช่น ยาประสะเจตพังคี ที่มีส่วนประกอบหลักคือ เจตพังคี ข่า พริกไทย บอระเพ็ด ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู เป็นสมุนไพรกลุ่มรสร้อนและขับลมในกระเพาะอาหาร ลำไส้

การนวดตามแนวเส้นลมปราณกระเพาะอาหาร

ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น หากต้องการแก้ไขอาการเจ็บปวดเนื่องจากเส้นลมปราณกระเพาะอาหารติดขัดให้ได้ผลดี  วิธีที่เห็นผลรวดเร็วที่สุดคือการนวด เพื่อให้เส้นลมปราณกระเพาะอาหารไหลเวียนสะดวก หายติดขัด ลดอาการปวดขมับ ปวดศีรษะข้างเดียว (ปวดไมเกรน) ไหล่ติด ยกแขนไม่ขึ้น ปวดร้าวตามแนวหน้าแข้ง กระดกเท้าไม่ได้  เราจึงขอแนะนำวิธีการนวดตามเส้นลมปราณกระเพาะอาหาร ซึ่งท่านสามารถจับคู่กันนวดระหว่างสมาชิกในบ้านได้ ดังภาพ

4

3

2

 

จุดสำคัญในเส้นลมปราณกระเพาะอาหาร

จุดจูซานหลี่เป็นจุดที่อยู่ในเส้นลมปราณกระเพาะอาหาร มีหน้าที่ช่วยเสริม พลังชี่ (ลมปราณ) ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น ช่วยระงับอาการปวด ช่วยให้จิตใจสงบ ช่วยเรียกฟื้นคืนสติและยังช่วยในการรักษาความผิดปกติอื่นๆ เช่น อาการเบื่ออาหาร โรคกระเพาะอาหาร ถ่ายเหลวปนเลือดแบบโรคบิด อาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องผูกและถ่ายเหลว อาการทางด้านผิวหนังเช่น เป็นผื่นแดง เป็นลมพิษ เป็นต้น แพทย์แผนจีนเชื่อว่า การนวดกดจุดจูซานหลี่เป็นประจำนั้น เป็นการกระตุ้นพลังชีวิต จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย

วิธีกดจุดจูซานหลี่ด้วยตนเอง

จุดจูซานหลี่  จะอยู่ใต้สะบ้าหัวเข่าลงไปประมาณ 3 นิ้วมือ ทางด้านข้างของกระดูกหน้าแข้งฝั่งนอกลำตัว  (ให้ใช้นิ้วมือสามนิ้ววางพาดขวางแนวหน้าแข้ง)  ใช้หัวแม่มือกดที่จุดจูซานหลี่ ทั้งสองข้าง ข้างละประมาณ 3-5 นาที สามารถทำได้ทุกวัน และควรทำเป็นประจำ

 

5

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*