Home // การแพทย์ทางเลือก // นิตยสาร "กายใจ" // ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่

ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่

no-fat

ในช่วงที่ทำรายการ “ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น”อยู่ ผม (หมอนัท) ได้มีโอกาสพูดคุยกับแขกรับเชิญหลายท่านที่เคยมีวิธีการดูแลเรื่องน้ำหนักแบบผิดๆ หลายท่านกังวลกับการทานอาหารทุกมื้อ งดอาหารที่คิดว่าทำให้อ้วนทุกชนิด  เขาดูผอมก็จริงแต่ดูเหมือนคนป่วยมากกว่า เพราะหน้าตาซีดเซียว หดหู่ไปเสียหมด

ร้ายยิ่งกว่าก็คือการทานยาลดน้ำหนัก ช่างแต่งหน้าในกองถ่ายเล่าให้ผมและทีมงานฟังว่าครั้งหนึ่งเคยเครียดกับน้ำหนักตัวเองอย่างมาก จึงตัดสินใจทานยาลดน้ำหนักที่เพื่อนแนะนำว่าได้ผลแน่นอน ผลที่ได้คือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอย่างที่เพื่อนบอกจริง ทั้งวันไม่หิวเลย แต่ปากแห้ง ผิวแห้ง ปัสสาวะบ่อย แถมควบคุมอารมณ์ไม่ได้  ครั้งสุดท้ายที่บอกตัวเองว่ากินต่อไม่ได้แล้ว คือเกิดอาการหัวใจเต้นเร็วมากขณะที่นอนอยู่ เหมือนคืนนั้นเธอกำลังจะตาย ตื่นเช้ามาถึงกับปฏิญาณตนว่าจะไม่กลับไปกินอีกเพราะชีวิตมีค่ากว่าความผอมมาก  อ้วนก็ยอมแต่ขออ้วนอย่างมีความสุขดีกว่า

แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ลดละ พยายามหาวิธีลดน้ำหนักอย่างมุ่งมั่นต่อไป เธอตัดสินใจเด็ดเดี่ยวไปเข้าแข่งขันลดน้ำหนักกับสินค้ายี่ห้อหนึ่ง มีเงินรางวัล 100,000 บ.  เป็นรางวัล ช่วงนั้นกาแฟลดน้ำหนักกำลังโด่งดัง ใครๆก็หามาทาน เธอก็เป็นหนึ่งในนั้น

เธอบอกว่าทานอยู่สักพักก็ไม่ผอมลง แถมยังรู้สึกหวิวๆ จึงมาปรึกษาผมว่าทำอย่างไรดีไม่อยากตกรอบแรกเดี๋ยวจะอายเพื่อนๆ ที่มาเชียร์  ผมเลยแนะนำให้ลองทานน้ำมันมะพร้าวดู เธอร้อง ห๊า.. (เหมือนคนไข้ท่านอื่นๆที่ผมแนะนำ) เคยได้ยินแต่ว่ากินไขมันแล้วอ้วน ต้องหลีกเลี่ยงกะทิ หลีกเลี่ยงของมัน แต่นี่หมอให้มากินน้ำมันมะพร้าว  ไขมันล้วนๆ  มันจะไม่สวนทางกันหรือ ถ้ากินแล้วอ้วนขึ้นจะทำอย่างไร กว่าจะลดได้ขนาดนี้เสียไปหลายหมื่น

Fat

 

ถึงจะดูท่าทางไม่ค่อยจะมั่นใจในวิธีของผมสักเท่าไหร่  แต่เธอก็ยอมทดลองทานน้ำมันมะพร้าวตามคำแนะนำ  โดยกินก่อนอาหารเช้าและเที่ยง 20 นาที มื้อ1-2 ช้อนโต๊ะ ร่วมกับการควบคุมอาหาร

2 เดือนผ่านไป น้ำหนักของเธอลดลงไปหลายกิโล แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือรูปร่างและหน้าตาผิวพรรณที่เปลี่ยนไปมาก (ผอมลงแต่ดูสวยใส สุขภาพดีขึ้น) ผลการแข่งขันในครั้งนั้นเธอได้รองชนะเลิศ แต่คงไม่สำคัญเท่าชนะใจตัวเองในการลดน้ำหนักได้รวดเร็วและปลอดภัย

 

น้ำมันมะพร้าว

“น้ำมันมะพร้าวเป็นไขมันอิ่มตัวที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก”  

ไขมันอิ่มตัว

– ข้อดี คือ สามารถอยู่ได้นานโดยไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ทำให้ไม่มีกลิ่นหืนแม้เปิดฝาทิ้งไว้ สามารถโดนความร้อนได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงสภาพโมเลกุล คุณสมบัตินี้ต่างจากน้ำมันจากพืชอื่นๆเช่นถั่วเหลือง ข้าวโพด ทานตะวัน ที่เมื่อนำมาทำเป็นน้ำมันจะได้น้ำมันไม่อิ่มตัว หากเปิดฝาทิ้งไว้ก็จะหืนง่าย ผู้ผลิตจึงต้องเติมสารอื่นเข้าไปในน้ำมัน  เพื่อให้สามารถวางอยู่บนชั้นตามห้างสรรพสินค้าได้นานขึ้นและไม่เหม็นหืน เมื่อเปิดฝาทั้งไว้ ไม่จับตัวเป็นก้อนง่ายๆ

– ข้อเสีย คือ น้ำมันประเภทนี้ไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อโดนความร้อนสูงๆไขมันไม่อิ่มตัวที่เติมสารอื่นเข้าไปเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปเป็นไขมันทรานส์ (Trans Fat) ต้นเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด

เรื่องราวเหล่านี้ถูกเปิดเผยจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันพืชอันดับหนึ่งอย่างอเมริกาเอง จนกระทั่งมีการรณรงค์ไม่ใช้น้ำมันพืชที่มีการเติมสารอื่นๆเข้าไป  ทำให้น้ำมันมะพร้าว ซึ่งเป็นน้ำมันอิ่มตัวโดยธรรมชาติ กลับมาได้รับความสนใจ เนื่องจากเป็นทางเลือกในการบริโภคที่ปลอดภัยกว่า อาหารเมนูใดปรุงด้วยน้ำมันมะพร้าวถือว่าเป็นอาหารสุขภาพมีราคาสูงมาก เป็นโชคดีของคนไทยที่เป็น 1 ใน 5 ประเทศของโลกที่สามารถผลิตน้ำมันมะพร้าวได้ปริมาณมาก

กรดไขมันสายกลางในน้ำมันพร้าว (ที่ต่างประเทศเรียกว่า medium chain fatty acid) นั้นเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินและโรคหลอดเลือด ผมจึงแนะนำให้คนที่ต้องการดูแลน้ำหนัก ทานน้ำมันพร้าว 1 – 2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหารเช้า และเที่ยง 20 นาที ร่างกายจะดูดซึมพลังงานบริสุทธิ์จากกรดไขมันสายกลางในน้ำมันมะพร้าวได้โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาทำการย่อยสลาย และสามารถเปลี่ยนน้ำมันมะพร้าวเป็นพลังงานได้ทั้งหมด

ผลก็คือ ร่างกายจะได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว (ภายใน 15 นาที)  เมื่อเราทานอาหารประเภทที่ให้พลังงานเช่น ไขมัน แป้ง และน้ำตาลเข้าไปทีหลัง ร่างกายก็จะไม่ดูดซึมมากเกินไป ไม่เกิดการสะสมของไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ  เมื่อทานแล้ว เราจะรู้สึกว่าร่างกายอุ่นขึ้น หากได้ออกกำลังกายด้วยก็จะยิ่งทำให้น้ำหนักลดและเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้เร็วขึ้น

การดูแลรูปร่างและสัดส่วน นอกจากการใช้ตัวช่วยอย่างน้ำมันมะพร้าวแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ลดการทานของหวานโดยเฉพาะน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือ กาแฟ

ไม่ควรทานอาหารมื้อเย็นมากเกินไป เพราะตอนก่อนนอนเราไม่ต้องการพลังงานใดๆแล้ว เน้นผักและผลไม้ให้มาก ดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 8-10 แก้ว  ถึงแม้ว่าน้ำหนักจะไม่ลงอย่างรวดเร็วเหมือนการทานยาเคมี  แต่รับรองว่าหน้าตา ผิวพรรณจะดี ผอมอย่างมีน้ำมีนวล แถมสดชื่นแจ่มใส สมองไบรท์ ไม่ป่วยง่ายๆ แน่นอนครับ ขอยืนยัน นั่งยัน เลยเอ้า

logo-หมอนัท-2012

 

 

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*