Home // ใครไม่ป่วย (ไทยแลนด์สไตล์) เล่ม 4 // เบาหวานกับน้ำมันมะพร้าว

เบาหวานกับน้ำมันมะพร้าว

          สำหรับการแพทย์แผนปัจจุบันแล้วเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อน ที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน(Insulin) ได้ไม่เพียงพอหรือไม่ได้เลย อินซูลินมีหน้าที่นำน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย เพื่อเผาผลาญให้เกิดพลังงาน ใช้เป็นองค์ประกอบของเซลล์ที่เกิดใหม่ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การขาดอินซูลินส่งผลให้น้ำตาลไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้ จึงสะสมอยู่ในกระแสเลือด น้ำตาลส่วนหนึ่งจะถูกขับออกไปสู่ปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีน้ำตาลอยู่มากจนมดมากิน 

          แพทย์ไทยแผนโบราณ เรียกโรคเบาหวานนี้ว่า “โรคกษัยเลือด” กษัย แปลว่า ความเสื่อม ความผิดปกติ แปลรวมๆก็คือเลือดเสื่อม หรือเรียกกันบ่อยๆสมัยนี้ว่า เลือดข้นเลือดหนืดนั่นเอง ซึ่งลักษณะของเลือดข้นเลือดหนืดนี่เองที่ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานเกิดอาการ มือชา เท้าชา สมองเบลอ คิดช้า ขี้ลืมง่ายๆ เพราะเลือดส่งไปไม่ถึงปลายทาง ซึ่งลักษณะของเม็ดเลือดที่หนืดมีน้ำอยู่น้อยแบบนี้จะมีผลทำให้ ไต และกระเพาะปัสสาวะ ต้องรับบทหนักในการขับของเสียออกจากร่างกาย นานวันเข้าไตและกระเพาะปัสสาวะจะอ่อนแอ เก็บน้ำไว้ในเลือดไม่ได้ ข้อเท้าบวม ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อยๆ หลายคนโชคไม่ดีต้องไปฟอกไตในตอนบั้นปลายชีวิต เมื่อเป็นโรคกษัยเลือด หรือโรคเบาหวานมาเป็นเวลานาน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ เซลล์ในร่างกายไม่สามารถนำเอาอาหารในเลือดไปใช้ได้ เพราะในเลือดไม่ค่อยมีสารอาหารดีๆให้ใช้ จึงเกิดความเสื่อมของเซลล์ทั่วร่างกายตามมาโดยเฉพาะปลายมือ ปลายเท้า และเซลล์สมอง เซลล์ที่ไม่มีสารอาหารจะหมดพลังในการซ่อมแซมตัวเองไม่มีแรงพอที่จะดึงสารอาหารในเลือดมาใช้  

“เซลล์ในร่างกายอยากได้พลังงาน

ดังนั้นร่างกายของคนที่เป็นเบาหวานจะอยู่ในภาวะขาดแคลนสารอาหาร  โหยหาแต่อาหารกลุ่มพลังงาน เมื่อเราทานอาหารกลุ่มพลังงานเช่นแป้งและน้ำตาลเข้าไป ร่างกายจึงดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนทั่วไป ซึ่งไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงอย่างไรอาหารของมนุษย์ก็ยังมีอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลอยู่ดี การเลี่ยงทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลตลอดชีวิตจึงเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ และไม่ใช่หนทางเดียวในการบำบัดโรคเบาหวาน

น้ำมันมะพร้าวช่วยแก้ปัญหาโรคเบาหวานได้อย่างไร ?

แต่ละเซลล์ในร่างกายของเราต้องการน้ำตาลตลอดเวลา เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการเมตาบอลิสซึม สร้างพลังงานในการดำรงชีวิต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หากไม่ได้น้ำตาลอย่างเพียงพอ เซลล์จะเสื่อมถอยมีผลทำให้เกิดโรค และอาการต่างๆ เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แขน-ขา ปวดชา หลอดเลือดแข็งตัว การมีน้ำตาลคั่งอยู่ในกระแสเลือดมากๆ เป็นอันตรายต่อหลอดเลือด หลอดเลือดแข็งตัวง่าย ทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดติดขัด ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ และเป็นสาเหตุของการตายมากกว่าที่เกิดจากโรคเบาหวานโดยตรงเสียอีก

น้ำมันมะพร้าวสามารถให้พลังงานแก่เซลล์ เนื่องจากมีโมเลกุลขนาดเล็กที่สามารถผ่านเยื่อบุเซลล์เข้าไปเพื่อเป็นอาหารของเซลล์ได้โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลิน จึงสามารถใช้เป็นอาหาร และให้พลังงานแก่เซลล์ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน อีกทั้งยังช่วยเร่งกระบวนการเมตาบอลิซึม ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานในอัตราที่สูงขึ้น

น้ำมันมะพร้าว

– เป็นอาหารให้แก่เซลล์ น้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ใช้หล่อเลี้ยงเซลล์ และกรดไขมันขนาดยาว (Long-Chain fatty acids) มีปัญหาเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้ด้วยตัวเอง เพราะมีโมเลกุลขนาดใหญ่ จำต้องมีอินซูลินเป็นตัวพาเข้า แต่กรดไขมันขนาดกลาง (Medium-Chain fatty acids) ในน้ำมันมะพร้าวมีขนาดเล็กมากจึงเข้าไปในเซลล์ได้ โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลินเป็นตัวพาเข้า นอกจากนั้นน้ำมันมะพร้าวยังใช้เป็นอาหารหล่อเลี้ยงเซลล์ได้ ส่งผลให้เซลล์มีอาหาร โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลิน ดังนั้น เซลล์จึงมีอาหารอย่างเพียงพอ ไม่โหยพลังงานจนดูดซึมเอาน้ำตาลเข้าเลือดมากๆ ช่วยให้หลอดเลือดมีสุขภาพดี จึงช่วยไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดี และสุขภาพหัวใจของผู้ป่วยก็จะดีเช่นกัน

– การที่เซลล์ไม่ได้รับอาหาร ทำให้ระบบประสาทเสื่อมถอย ไม่มีความรู้สึกจน แขน-ขา ชา ในที่สุดอาจจะต้องถูกตัดขาไป (ฟังดูน่าเศร้าใจอย่างยิ่ง) แต่เซลล์สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาการแขนขาชา จะค่อยๆ กลับมามีความรู้สึกได้อีก

วิธีทาน

ผู้ป่วยเบาหวานให้ทานน้ำมันมะพร้าวก่อนอาหารเช้าและเที่ยง 20 นาที ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มน้ำตามเล็กน้อย ผู้ที่เคยทานยาฆ่าเชื้อ หรือเป็นโรคลำไส้ ช่วงแรกที่ทานอาจจะมีอาการมวนท้อง ท้องเสียบ้าง ภายใน 1 สัปดาห์อาการมวนท้องก็จะค่อยๆ บรรเทาลงไป

หมายเหตุ การทานน้ำมันมะพร้าวช่วงแรกอาจจะมีอาการร้อนในหรือว่าขาบวม หากมีอาการนี้ ให้หยุดทานน้ำมันมะพร้าวก่อนซัก 1 สัปดาห์ จึงกลับมาทานใหม่

ใครไม่ป่วย ไทยแลนด์สไตล์

 

บทความจากหนังสือ

ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น เล่ม 4

ตอน ไทยแลนด์สไตล์

 

Print Friendly, PDF & Email