Home // ใครไม่ป่วย (กล้วยสุก) เล่ม 2 // ร้อนใน…มาแล้วจ้า

ร้อนใน…มาแล้วจ้า

ร้อนใน

โรคหนึ่งที่เป็นกันมากมาย คือ อาการ “ร้อนใน” มีความรู้สึกร้อนอยู่ภายในทั้งๆ ที่ข้างนอกเย็น ตัวเย็น มือเท้าเย็น แต่ข้างในกลับร้อนแล้วมักจะเกิดร่วมกับกลิ่นปาก ปากแห้ง ปากแตก ริมฝีปากลอก เจ็บคอ กระหายน้ำ และมีแผลในช่องปาก เหงือกบวม คอบวม อย่านึกว่าอาการเหล่านี้ไม่หนักหนาอะไร แค่กินยาแก้อักเสบก็หายแล้ว หายจริง แต่หายไปไม่กี่วันก็เป็นอีก แล้วต้องกินบ่อยแค่ไหน แล้วกินเข้าไปมากๆ น่ะมันอันตรายไหม ยาที่ทานเข้าไปน่ะ จะทำร้ายตับ ไต กระเพาะของเราไหม ทั้งยาแก้อักเสบและยาปฏิชีวนะทั้งหลาย “ร้อนใน ปากเป็นแผลบ่อยมาก ริมฝีปากลอกเป็นแผ่น ดื่มน้ำแล้วก็ยังร้อน เจ็บคอ เสียงแหบแห้ง หายใจออกมาก็ร้อน แถมมีกลิ่นอีกด้วย บางทีเสียงหายไปเลย ปากก็แดงแห้งด้วย” คุณกาญจนา คนไข้สาวที่เข้ามาตอนผมเขียนเรื่องนี้อยู่พอดี

อาการของเธอนอกจากจะร้อนใน ยังมีอาการปวดหลังมาช้านาน ปวดสบักต้นคอ เป็นมา 2 ปีกว่าแล้วหาหมอรักษา กินยา ฉีดยา นวด ทำไคโรแพรคติก ใช้ไฟฟ้ากระตุ้นแล้ว หายเดี๋ยวเดียว ก็กลับมาเป็นอีก อาชีพที่เธอทำไม่ได้แบกหามหรืออยู่กลางแจ้งอะไร ทำเพชรพลอย คัดพลอย รับลูกค้า ดูงาน คุมงานที่ลูกน้องทำ นั่งบ้างเดินบ้าง แต่ทำไมถึงปวดเมื่อย และก็ไม่ได้กินของทอดๆ ร้อนๆ แต่ทำไมมันร้อนในมากมายขนาดนี้ไม่เข้าใจ ก็จะไม่ร้อนในได้อย่างไร ช่วงทานอาหารดื่มน้ำเย็น 3 แก้ว แถมด้วยส้มโอเข้าไปอีก น้ำย่อยน้ำดีเจือจางหมดแล้ว อาหารก็เลยไม่ย่อย (ถ่ายออกมายังเป็นกลีบส้มโออยู่เลย) หมักหมมเน่าเหม็นอยู่ในกระเพาะลำไส้ แก๊สและความร้อนจากการหมัก ก็ลอยขึ้นเบื้องบน เผาปากเผาคอ ปากคอเลยเปื่อยเป็นแผลกันตลอดปีตลอดชาติ กินยาก็ยุบ หยุดยาก็เป็นอีก และที่ปวดหลังก็เพราะแก๊ส ลมเข้าไปอัดหลังทำให้ปวดหลัง ต้องแก้ไขดูแลให้ระบบย่อยทำงานให้ได้ดี เพื่อให้ระบบการย่อยเป็นไปด้วยดี

อีกท่านอุตส่าห์เดินทางมาจากเชียงใหม่ แล้วมาวันอังคารมานั่งรออยู่หน้าคลินิกตั้งแต่เช้า ซึ่งวันนี้ไม่ได้เปิด เพราะเป็นวันหยุดพอดีผมได้เปิดประตูออกไปทานข้าวข้างนอก จ๊ะเอ๋กับเธอและเพื่อนที่มานั่งรอที่เก้าอี้หน้าคลินิก “มารอใครหรือครับ จะมาหาหมอหรือเปล่า”

“ค่ะ จะมาพบหมอแดงค่ะ ลูกให้มาแต่เช้าๆ กลัวคนไข้จะเยอะ เดี๋ยวจะไม่ได้เจอหมอ” เธอว่า
“วันอังคาร เป็นวันหยุดนะครับ ลูกไม่ได้บอกหรือ?”
“โอ้! หรือค่ะ ลูกบอกเหมือนกัน แต่ลืมไปจริงๆ นึกอย่างเดียวว่าจะต้องมาหาหมอ มันทรมานมาก รักษามามากแล้วไม่ยอมหาย  กินก็ไม่ค่อยได้ นอนก็ไม่ค่อยหลับ เอ้อ…แล้วนี่ใช่คุณหมอแดงหรือเปล่าค่ะ” คนไข้ถาม เพราะไม่เคยพบผมมาก่อน เพียงแต่ลูกบอกให้มาหา

“ใช่ครับ แต่วันนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหมอนวดเลย แล้วผมก็ต้องติดถ่ายทำรายการทีวีอีกด้วยเช้านี้ ทีมงานเขาก็มากันแล้ว” ผมบอกเธอ

“แต่หมอคะช่วยหน่อยเถอะค่ะ นี่ดิฉันมาจากเชียงใหม่นะคะนี่ แล้วรีบมาหาหมอเลย ยังไม่ได้เข้าที่พักเลย ยังไม่ได้ทานอาหารด้วย รีบมาหาหมอก่อนเลยอย่าให้ต้องทรมานอีกเลย ช่วยรักษาให้หน่อยเถอะค่ะ มันไม่ไหวจริงๆ ทรมานมาก นะหมอนะ ช่วยหน่อยนะ” เธอร้องขอ
คงเป็นเรื่องทรมานจริงๆ ตามที่เธอว่า ผมจึงถามเธอว่าเป็นอะไรมันถึงทุกข์ทรมานหนักหนา

“ร้อนในค่ะเป็นมาหลายเดือนแล้วค่ะ รักษาอย่างไรก็ไม่หาย กินยามากจนกลัวแล้ว โดยเฉพาะยาแก้อักเสบกินไปกลัวไป ลูกสาวบอกให้มาหาหมอแดงจึงได้ตัดสินใจมาพบหมอนี่แหละ” เธอว่า

ฮ้า!…ร้อนในเนี่ยนะ ทำให้คุณต้องเสียเวลา เดินทางมาพบผม หมอที่เชียงใหม่มีตั้งมากมาย ทั้งหมอฝรั่ง หมอไทย หมอจีนน่าจะลองหาดู”

“ก็พยายามทำอย่างที่หมอว่านั่นแหละหาหมอรักษา กินยามาเกือบปีแล้วไม่ยอมหาย หรือหายไม่กี่วันก็ต้องกินยาใหม่อีกแล้ว ถึงกลัวไงคะ บางท่านบอกว่าเป็นกรรมพันธุ์ รักษาไม่หายหรอก ก็ยิ่งกลุ้มใจใหญ่” คงเป็นเรื่องกังวลจริงๆ ตามที่เธอว่า ผมจึงต้องให้ทีมงานถ่ายทำรอก่อน คงต้องดูให้เธอแล้วล่ะ ถ้าไม่ยอมรักษาให้ คงจะถูกเธอด่าเปิงแน่ (ด่าในใจนะครับ)

เมื่อตรวจดูแล้วคอแห้ง ลิ้นแดงในท้องมีแต่ลม ท้องอืด และถ่ายไม่ดี กดนวดเส้นไหนก็เจ็บไปหมด โดยเฉพาะบนแนวเส้นลมปราณกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่เจ็บมาก ก็แสดงว่าเธอย่อยไม่ได้ และก็ถ่ายไม่ดี กระเพาะเธอกลายเป็นถังหมักแก๊ส จึงเกิดแก๊สลอยขึ้นจากกระเพาะขึ้นเผาปาก เผาคอของเธอตลอดเวลา ไม่ว่าจะนั่ง นอนหรือยืนแก๊สก็ขึ้นเผาตลอด แล้วหลอดคอ หลอดอาหาร ปาก ของเธอจะไม่ร้อนได้อย่างไร กินยาแก้อักเสบ ก็ยิ่งทำให้กระเพาะมีปัญหาไม่ย่อยใหญ่ เพราะยาเคมีบางชนิดจะระคายและรบกวนกระบวนการย่อยอาหาร ต้องแก้ไขให้กระเพาะย่อยอาหารให้ได้ดี ไม่เหลือเป็นเศษอาหารหมักหมมเน่าเสียเป็นแก๊ส แล้วก็ต้องถ่ายเอาของเสีย เอาแก๊สพิษนี้ออกให้ได้

อีกท่านหนึ่งคุณอัญชลี น้ำหนักตัว 46 กิโลกรัม เธอมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ลำไส้อักเสบ ริดสีดวงทวาร ปวดข้อเท้าทั้งสองข้าง ท้องเสียบ้าง ท้องผูกบ้าง ต้องกินไฟเบอร์ แล้วออกกำลังกายจึงจะถ่ายได้ ที่สำคัญคือจะมีอาการร้อนในตลอด ปากคอแห้ง เป็นแผลในช่องปากบ่อย มีอาการอย่างนี้มาเป็น 10 กว่าปีแล้ว รู้สึกว่าตัวเองทำงานหนัก นอนดึก ใช้ความคิดมาก เครียด พักผ่อนไม่พอ จึงทำให้เกิดการเจ็บป่วย 2 -3 ปีหลังนี้ มีอาการภูมิแพ้เพิ่มเข้ามาอีก
หายใจลำบากต้องกินยาและฉีดยาทุกอาทิตย์ ฉีดมาเป็นปีแล้ว

อาการร้อนในก็เพราะการย่อยไม่ดี และขาดน้ำ ผมบอกกับเธอ “ย่อยไม่ดีนี่ยอมรับค่ะ ท้องอืด สำไส้อักเสบบ่อย แต่คุณหมอบอกว่าขาดน้ำนี่ไม่ยอมรับค่ะ หนูดื่มน้ำวันละ 3 ลิตรกว่า มากกว่าเพื่อนๆ เขาอีก แต่ทำไมเพื่อนไม่ร้อนใน แต่หนูกลับร้อนใน ก็พยายามดื่มน้ำเพิ่มขึ้น สงสัยว่าคงจะเกิดจากติดเชื้ออะไรมา” เธอโต้แย้ง ก็นี่แหละครับ ผมจึงพยายามที่จะร้องบอกพวกเราทุกคนว่า อย่าเพิ่งไปมองไกลนัก คิดกันไกล มองกันไกล หลงประเด็นเข้ารกเข้าพงกันหมด จนต้องกินยาฉีดยา เสียเงินเสียทองกันมากมาย เมื่อเราเจ็บป่วยเราต้องนั่งคิดว่าเราไปกินอะไรมา ทำผิดกับร่างกายอย่างไร อย่าเพิ่งไปโทษตัวเชื้อโรคมาทำให้เราเจ็บป่วย ไปโทษว่าเป็นกรรมพันธุ์ บรรพบุรุษของท่านไม่รู้เรื่องอะไรด้วยหรอกครับ ปล่อยให้ท่านได้หลับพักผ่อนอย่างสบายเถิด เลยเผลอตัวเทศน์ให้เธอฟังเสียยืดยาว

“แล้วหนูร้อนในเพราะอะไรคะ หนูยังนึกไม่ออกเลย” เธอยังงง เหมือนหลายๆ คนที่ผมบอก 

จากการซักประวัติ เธอดื่มน้ำ 3 ลิตรกว่า ซึ่งน้ำหนักขนาดเธอดื่มแค่ 1.5 ลิตร ก็เพียงพอ ถ้าดื่มถูกต้อง แต่เธอดื่มน้ำไม่ถูกเวลา โดยดื่มในช่วงระหว่างทานอาหาร เกือบ 3 แก้ว แล้วยังมีน้ำแกงบ้าง นมบ้าง จึงทำให้อาหารไม่ย่อย เพราะน้ำมาก เข้าไปดับไฟ ทำลายน้ำย่อย น้ำดีจนเจือจาง จึงย่อยอาหารไม่ได้ อาหารที่รับประทานเข้าไปจึงหมักหมม เน่าเสีย (คราวนี้แหละเชื้อโรคมาแล้ว เพราะเชื้อโรคมันชอบของเน่าเหม็น เหมือนอีแร้ง หนอน ที่ชอบของสกปรก เน่าเหม็น) เ ป็นสารพิษ แก๊สพิษ ลอยขึ้นมาเผาคอ เผาปาก จนปากคอแห้ง แตกแล้วเวลาดื่มน้ำ ก็ดื่มครั้งละมากๆ เป็นขวดน้ำก็ไหลไปหมดลำไส้ดูดซึมไว้ไม่ทัน (เหมือนรดน้ำต้นไม้ทีละมากๆเป็นถัง รากต้นไม้ก็ดูดซับไว้ไม่ทัน) ร่างกายก็เลยขาดน้ำ ด้วยประการฉะนี้แล

อีกคนเป็นคนใกล้ตัว ลูกชายผมเองจะมีอาการร้อนในบ่อย ใบหน้าร้อน มือก็ยังร้อนเลยก็เพราะนอนดึก บางวันชาวบ้านเขาตื่นกันแล้วเขาเพิ่งจะเข้านอน ชอบทำงานตอนกลางคืนบอกว่าหัวสมองแล่นดี กินอาหารดึกๆ เมื่อนอนดึก น้ำย่อยน้ำดีที่อยู่ในถุงน้ำดีก็จะแห้ง เพราะกลางคืนไม่ใช่เวลาของการย่อยอาหารแต่เป็นเวลาซ่อมแซมร่างกาย เมื่อทานอาหารก็จะไม่ย่อย ก็เกิดการหมักเป็นความร้อนในท้องลอยขึ้นปากขึ้นคอ

เขามาคุยอีกว่า เคยถูกตำรวจเรียกให้เป่าเช็คแอลกอฮอล์หลายครั้งแล้ว ตำรวจปล่อยทุกที

“ลูกกินเหล้าไม่ได้อยู่แล้วกินฝาเดียวก็หน้าแดงแล้ว ตำรวจเขาเห็นหน้าแดงเขาก็เรียกตรวจ คงคิดว่าเสร็จแน่ คนอื่นกลัวไม่กล้าเป่า ลูกก็ไม่กลัวเดินแหวกกลางวงเข้าไปเป่าเลย ก็ไม่พบว่าปริมาณแอลกอฮอลล์เกิน ตำรวจไม่เชื่อให้เป่าใหม่ก็เหมือนเดิมไม่เชื่ออีก ลองเปลี่ยนเครื่องแล้วให้เป่าก็ไม่พบอีก” ลูกชายผมมาคุยให้ฟัง

ขอบอกว่านี่เป็นสัญญาณตัวหนึ่งว่า ร่างกายมีสารพิษหมักหมมอยู่มากมาย กระเพาะกลายเป็นถังหมักแก๊สไปแล้ว ทั้งแก๊สพิษและแอลกอฮอล์ก็ลอยพุ่งขึ้นบนจนทำให้หน้าแดง

ในช่องปากของเราเป็นศูนย์รวมของเส้นลมปราณ (คือเส้นที่พลังชีวิตไหลผ่าน) เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกับอวัยวะภายในร่างกาย ก็จะเกิดผลกระทบถึงช่องปาก เพราะช่องปากนั้นเป็นเนื้อเยื่อที่อ่อนนิ่ม จึงถูกกระทบได้ง่าย จึงถือว่าที่ปากเราเป็นตัวที่แสดง “สัญญาณเตือนภัย” ได้ดี ในการที่จะสะท้อนให้เราได้รับรู้ว่ากำลังมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และเกิดขึ้นกับอวัยวะใด เช่น

  • ริมฝีปากล่างเป็นแผลหรือ แห้งลอกเป็นแผ่นๆ ฟันและเหงือกล่างเป็นแผล
  • ริมฝีปากบน เหงือกและฟันบนร้อนหรือเป็นแผล
  • เพดานบนของปากร้อน เป็นแผล
นั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยกำลังบอกว่า ลำไส้ใหญ่แห้งและร้อน ถ่ายไม่ค่อยดีให้รีบแก้ไข
กระเพาะอาหารไม่ย่อย อาหารหมักหมมเน่าเหม็นภายใน
ตับและถุงน้ำดีร้อนมาก เกิดจากการนอนดึก รับประทานอาหารดึกๆ ชอบรับประทานของทอดๆ มันๆ ไม่ค่อยทานผัก
 

หรือถ้าร่างกายขาดน้ำที่จะหล่อเลี้ยง ก็จะเกิดความร้อนสะสม และธรรมชาติของความร้อนก็จะเคลื่อนขึ้นข้างบน ดังนั้นอวัยวะใดๆ ที่ความร้อนเคลื่อนผ่านก็จะร้อน

ขอบอกกับทุกๆ ท่านที่มีอาการร้อนในก่อนที่จะกินยา ฉีดยา ลองพิจารณาพฤติกรรมการดำเนินชีวิตการกิน การดื่มน้ำของตัวเองดูก่อนว่าถูกต้องหรือไม่  หากเราควบคุมอาการร้อนใน ของร่างกายเราไม่ได้บ่อยๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี หลายๆปีก็จะมีโรคภัยไข้เจ็บที่คืบหน้าไปเรื่อยๆ จนต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามความร้อนของร่างกายที่สะสมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่น ไอเรื้อรัง   ต่อมไทรอยด์โต  ต่อมทอนซิลอักเสบ ตาแดง ตาต้อ ปวดฟันและเหงือก มีกลิ่นปาก คันตามผิวหนัง  มีรังแคที่หนังศีรษะ สะเก็ดเงิน มึนงงศีรษะ นอนไม่หลับและสุดท้ายเป็นซีสต์ เนื้องอก มะเร็ง ตามอวัยวะต่างๆ ประเทศไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ภูมิอากาศที่เป็นธรรมชาติคืออากาศร้อน ไม่ว่าฤดูฝนหรือฤดูหนาว เราก็มีอากาศร้อน ประกอบกับปัจจุบันเกิดภาวะโลกร้อน และร้อนขึ้นทุกปี โรคที่เกิดขึ้นกับเราก็จะเป็นโรคแห่งความร้อนเกือบทั้งสิ้น พอสรุปได้ว่า “อาการร้อนใน” นั้น มาจากกระเพาะอาหารไม่ย่อย หาสมุนไพรช่วยย่อยอาหาร สำหรับสมุนไพรฤทธิ์เย็นช่วยดับความร้อน กินหลังอาหารสักชั่วโมง เช่น ฟ้าทะลายโจรหรือบอระเพ็ด มะพร้าวอ่อน ใบย่านางมาคั้นดื่ม เพื่อดับความร้อนสักหน่อย อาการร้อนในก็จะค่อยๆ ดีขึ้น  อย่าไปกินหลังอาหารทันทีล่ะ ประเดี๋ยวจะไปดับไฟย่อยอาหาร แล้วจะร้อนในหนักเข้าไปอีก จะหาว่าหมอแดงไม่เตือนไม่ได้นะ นอกจากการทานสมุนไพรฤทธิ์เย็นแล้วก็ยังต้องทานน้ำเข้าไปลดความร้อนในร่างกายลง โดยให้ทานน้ำตามที่คำนวณตามน้ำหนักตัวเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำทานมากกว่า ยิ่งทำให้ความร้อนลดเร็ว  แต่ต้องทานหลังอาหาร 40 นาที -1 ชั่วโมง เป็นต้นไป หรือจะชงเกลือเท่าปลายช้อนชา เติมน้ำ 1 แก้ว อย่าให้รสของน้ำเกลือเค็มมาก เค็มกร่อยๆ ก็พอ และให้ทานยาระบายเพื่อให้ถ่ายระบายความร้อนออกมา หรือใครมีเครื่องมือดีท็อกซ์ ก็จัดการทำดีท็อกซ์ซัก 2-3 วัน เท่านั้นอาการร้อนใน ก็จะได้รับการแก้ไขให้ผ่านพ้นไปได้ โดยไม่ต้องกินยาแก้อักเสบ

อีกหนึ่งวิธีในการระบายความร้อนในร่างกายออก คือ การขูดพิษ (กัวซา) อุปกรณ์คือ ช้อนสแตนเลส มีดปาดเนย ด้ามหวี ไม้กัวซาที่ทำเฉพาะสำหรับขูดพิษ เอาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันงาสกัดเย็น ยาหม่องเสลดพังพอนอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทาผิวหนังตั้งแต่ต้นคอ แผ่นหลัง หน้าอก แขนขา เอาอุปกรณ์เท่าที่หาได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ขูดผิวหนังจากด้านบนร่างกายลงด้านล่าง จะมีรอยปื้นแดงปรากฏที่ผิวหนังที่โดนขูดพิษ แล้วเอากระดาษทิชชู่เช็ดคราบมันออก ทำก่อนอาบน้ำอย่างน้อย 1 ชม.หรือตอนอาบน้ำเสร็จเช็ดตัวให้แห้งแล้วขูดได้เลย เมื่อขูดเสร็จแล้ว ไม่ต้องอาบน้ำ วันรุ่งขึ้นรอยปื้นแดงก็จะค่อยๆจางลง แล้วก็ขูดใหม่อีกจนกว่าอาการร้อนในจะหายไป

Nosickshowhand

บทความจากหนังสือ

ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น กล้วยสุก เล่ม 2

Print Friendly, PDF & Email

2 comments

  1. เชฎฐา จันดีบาง

    สวัสดีครับคุณหมอ

    ผมมีอาการลิ้นแตกแสบเพดานเหงือกมาประมานสามเดือนเเละมีอาการท้องอืดกินข้าวไม่ค่อยได้ประมายหนี่งอาทิตย์ปากคอจะแห้งกินยาแก้อ้กเสบก้อเย่อะผมไม่รุ้จะทำอย่างไรเหนื่อยและเพลียสาเตหุมาจากอะไรครับ

    • ต้องการปรึกษารบกวน
      โทร. 02-682-1215, 086-361-4747
      หรือ ไลน์ @thearokaya

      ขอบคุณค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*