Home // การแพทย์ทางเลือก // สมุนไพรบำบัดโรค // “กล้วยนํ้าว้า” พืชมหาประโยชน์

“กล้วยนํ้าว้า” พืชมหาประโยชน์

Banana
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa ABB CV. Kluai “Namwa”
ชื่อสามัญ : Banana,Cultivated banana
วงศ์ : Musaceae
ชื่อตามท้องถิ่น : กล้วยใต้ (เชียงใหม่ เชียงราย) กล้วยอ่อง (ชัยภูมิ) กล้วยตานีอ่อง (อุบลราชธานี) กล้วยมะลิอ่อง (จันทบุรี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นพืชล้มลุก ลำต้นสูง ส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือดินรูปร่างกลมมีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบสีเขียวขนาดใหญ่ ก้านใบยาวมองเห็นชัดเจน ดอกออกที่ปลายช่อ ลักษณะห้อยหัวลงยาว 1-2 ศอก เรียกว่า ปลี มีดอกย่อยออกเป็นแผง ผลจะติดกันเป็นแผง เรียกว่า หวี เรียงซ้อนกันหลายๆ หวี เรียกว่า เครือ

ข้อมูลวิทยาศาสตร์

จากการศึกษาพบว่า สารสกัดจากเนื้อและเปลือกของกล้วยมีฤทธิ์ต้านเชื้อราและแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุให้เกิดหนองได้ และกล้วยดิบมีสารแทนนิน (Tannin) ช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้ มีการวิจัยจากประเทศอังกฤษในปี พ.ศ. 2527 โดย Best และคณะได้รายงานว่ากล้วยดิบมีฤทธิ์รักษาแผลในกระเพาะของหนูขาว ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นโดยแอสไพริน (aspirin) สามารถป้องกันไม่ให้เกิดแผลเมื่อหนูขาวกินผลกล้วยดิบ 5 กรัม และรักษาแผลที่เป็นแล้วเมื่อหนูขาวกินผลกล้วยดิบ 7 กรัม ผู้วิจัยเข้าใจว่ากล้วยดิบไปกระตุ้นเซลล์ในเยื่อยุกระเพาะให้หลั่งสารพวก mucin ออกมาเคลือบกระเพาะอาหาร ฤทธิ์ในการรักษาแผลได้ผลเฉพาะกล้วยดิบเท่านั้นแต่จะไม่ได้ผลในกล้วยสุก

ประโยชน์ของกล้วยนํ้าว้า

  •  กินกล้วยนํ้าว้าสุกวันละ 1-2 ผลหรือนำมาปอกเปลือกแช่นํ้าผึ้งไว้ 1 สัปดาห์กิน สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ถือเป็นยาอายุวัฒนะ เนื่องจากช่วยบำรุงสุขภาพ ทำให้อายุยืน ไม่เป็นโรคภัย
  • สำหรับผู้ที่เบื่อการกินข้าว สามารถกินกล้วยนํ้าว้าแทนได้บางมื้อ เพราะกล้วยนํ้าว้าเป็นผลไม้ให้พลังงานสูง โดยกล้วยนํ้าว้า 1 ผลจะให้พลังงาน 100 แคลอรี อีกทั้งยังมีนํ้าตาลธรรมชาติอีก 3 ชนิด คือ ฟรุกโตส ซูโครส และกลูโคส รวมถึงวิตามินต่างๆอีกด้วย แต่สำหรับผู้ที่กำลังควบคุมนํ้าหนักไม่ควรกินมากเกินไป
  • กินกล้วยนํ้าว้าสุกเป็นประจำ หรือนำผลดิบมาปอกเปลือกฝานเป็นแผ่นบางๆตากแดดให้แห้งสนิท บดเป็นผงละเอียดผสมนํ้าผึ้งเล็กน้อย กินครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหารหรือก่อนนอน 30 นาทีทุกวัน จะช่วยบรรเทาอาการ Dyspepsia หรืออาการอาหารไม่ย่อยได้ เนื่องจากกล้วยนํ้าว้าช่วยลดกรดเกินในกระเพาะอาหาร
  • กลิ่นปากเหม็นๆในตอนเช้ากำจัดได้ด้วยการกินกล้วยนํ้าว้าสุกทักทีที่ตื่นนอน จากนั้นก็แปรงฟันตามปกติ จะช่วยลดกลิ่นปากได้
  • การให้เด็กๆกินกล้วยนํ้าว้าสุกเป็นประจำจะช่วยให้เด็กได้รับกรดอะมิโนฮีสติดิน (Histidine) และอาร์จีนิน (Arginine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายอย่างต่อเนื่อง
  • นำกล้วยนํ้าว้าดิบหรือห่ามมาปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นบางๆต้มกับนํ้า 30 นาที นำนํ้าที่ได้มาดื่มครั้งละครึ่งแก้วจะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้
  • เปลือกด้านในกล้วยนํ้าว้า มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อราและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง นำเปลือกด้านในมาทาที่แผลแมลงสัตว์กัดต่อย จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบหรือบวมแดงได้
  • กินกล้วยนํ้าว้าสุกวันละ 4 ผล ช่วยบรรเทาอาการเจ็บในลำคอ และเจ็บหน้าอกจากอาการไอแห้งๆได้
  • สารเพกติน (Pactin) ในกล้วยนํ้าว้าสุกช่วยบำรุงหัวใจ และเป็นเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์ (fiber) ที่ทำให้ลำไส้บีบรัดตัวได้ดีช่วยให้ขับถ่ายได้ง่าย
  • กินหัวปลีจากกล้วยนํ้าว้าช่วยบำรุงเลือด แก้อาการร้อนใน กระหายนํ้า บำรุงลำไส้ บรรเทาอาการโลหิตจาง เพราะหัวปลีอุดมด้วยธาตุเหล็ก อีกทั้งยังช่วยขับนํ้านมในคุณแม่ที่เพิ่งคลอดอีกด้วย
  • กินกล้วยนํ้าว้าเป็นประจำช่วยป้องกันการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้

เรียบเรียงโดย พัชริน

Team

 

 

อ้างอิง

พิชญ์ญาดา.(2553).อาหารเสริมจากธรรมชาติ.กรุงเทพฯ:เอพี ครีเอทีฟ.
รีดเดอร์ส ไดเจสท์(ประเทศไทย).(2549).มหัศจรรย์อาหารต้านโรค.กรุงเทพฯ:อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
วิชาพร กิดาฉัช.(2554).ผลไม้ไทย มหัศจรรย์แห่งความงาม.กรุงเทพฯ:เอพี ครีเอทีฟ.
วิเชียร จีรวงศ์ และคณะ.(2541).สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์ดอกหญ้า.

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*